“แต่ถึงแม้มันจะคับแค้นอันใดข้าแต่มันก็มิสมควรกระทำเรื่องนี้ได้ลงคอ! มันมั่นใจได้อย่างไรว่าข้าต้องเลือกที่จะตบแต่งกับนายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่อง..อีกทั้งหากข้าเลือกยอมตายไม่ยอมสยบเล่า? ด้วยทิฐิของนายน้อยคฤหาสน์ฟ้าลิ่วล่องน่ากลัวตอนนั้นมันคงไม่ละเว้นคฤหาสน์คลื่นขจีแน่! อย่าได้บอกข้าเชียวว่าสำหรับมันแล้ว คฤหาสน์คลื่นขจียังสำคัญไม่เท่าหานจิ้นเหนียน?”
หานเฉวี่ยไน่กล่าวออกด้วยโทสะอันขุ่นขึ้ง
หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนกล่าวแจงออกมาแม้นางจะพอเข้าใจความคิดหานซิ่นขึ้นมา แต่นางรู้สึกเสมือนในใจของหานซิ่นนั้นคฤหาสน์คลื่นขจีกลับมีน้ำหนักความสำคัญไม่เท่าหลานอุบาทว์ของมัน นี่นับว่าทำให้นางโกรธเคืองมากนัก
“เฉวี่ยไน่ เจ้าเข้าใจเรื่องนี้ได้ นับว่าเจ้าเติบโตแล้วจริงๆ…”
ต้วนหลิงเทียนพยักหน้าลงคราหนึ่ง ค่อยกล่าวสืบต่อ “อันที่จริงมันก็ควรจะคิดถึงเรื่องนี้เช่นเดียวกับเจ้า…แต่ในเมื่อมันกล้าลงมือถลำลึกถึงขั้นนี้ ข้าบอกได้เลยว่าในใจของมันนั้น…ความสำคัญของหานจิ้นเหนียนน่ากลัวจะเหนือกว่าคฤหาสน์คลื่นขจีแล้ว! นอกจากนี้ข้ามั่นใจว่ามันย่อมมองเจ้าออกทะลุปรุโปร่ง…เพราะเพื่อประโยชน์ส่วนรวม เจ้าไม่คิดละทิ้งคฤหาสน์คลื่นขจีหนีไปแน่!”
“สุดท้ายแล้วเจ้าก็คือคุณหนูใหญ่ของคฤหาน์คลื่นขจี แถมบิดาเจ้ายังเป็นถึงผู้นำคฤหาสน์!”