ต้วนหลิงเทียนถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นหานเฉวี่ยไน่อีกครั้ง หากแต่หานเฉวี่ยไน่ไม่ได้ตกตะลึงแต่อย่างไร ยามนางเห็นต้วนหลิงเทียนใจนางก็สั่นสะท้าน และจากนั้นก็คล้ายนางได้พบพานที่พึ่งพิงและที่ระบาย นางโผร่างเข้าอ้อมอกต้วนหลิงเทียน ทั้งร่ำไห้ออกมาน้ำตานองหน้าทันที
น้ำตานี้เป็นน้ำตาแห่งความโศกเศร้า และอัดอั้นตันใจ
ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาแม้นางถูกกดดันบีบคั้นจนรู้สึกทุกข์ใจหนักหนา แต่นางก็ไม่เผยความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น แม้กระทั่งมู่เฉวี่ยอี สหายคนสนิทของนางก็ตาม…
นางเองก็คิดจะร่ำไห้โวยวายกับบิดาหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนเอาไว้ ด้วยรู้ดีว่าบิดาของนางต้องทานรับแรงกดดันที่หนักอึ้งไม่ต่างจากนางแน่นอน
นางไม่อาจเข้าใจได้จริงๆ ว่ามิใช่บิดานางรักนางที่สุดหรือ ไฉนนางปฏิเสธงานแต่งครั้งนี้แล้ว แต่บิดาถึงเต็มใจ?
อย่างไรก็ตามพอนางได้เห็นต้วนหลิงเทียน นางก็คล้ายปลดเปลื้องพันธนาการในใจสุดท้ายออก โผตัวเข้ากอดต้วนหลิงเทียนทั้งร่ำไห้ระบายความเศร้าออกมาทันที
เพราะตอนนี้อ้อมแขนต้วนหลิงเทียนเสมือนดั่งท่าเรือของนาง สามารถให้นางระบายความอัดอั้นตันใจและความทุกข์ทั้งมวลออกมาได้
“เฉวี่ยไน่…”