ในเรื่องนี้เขาก็ไม่ได้แปลกใจอะไร
เมืองเล็กๆแห่งนี้นับว่าไกลปืนเที่ยงนัก ยากที่จะมีใครแวะเวียนผ่านมา
วันนี้ในเมื่อมีคนแปลกหน้าเช่นเขาเข้ามา ย่อมตกเป็นเป้าหมายเป็นธรรมดา
ด้วยเนตรเทวะ เขาก็พบว่าในบรรดาคนที่เพ่งเล็งเขาร้ายกาจที่สุดก็แค่สู่เซียนขั้นสมบูรณ์แบบเท่านั้น เขาก็คร้านจะแยแสอะไรพวกมันสืบไป
หลังจากที่ไถ่ถามอะไรเรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินออกจากเมือง ก่อนที่จะวูบร่างหายไปต่อหน้าต่อตาเหล่าคนที่คอยตามเขามาทั้งหมด
“หายไปที่ใดแล้ว?!”
พอได้เห็นร่างชายหนุ่มในชุดสีม่วงหายตัวไปต่อหน้าต่อตา เหล่าผู้ฝึกตนขอบเขตสู่เซียนขั้นสมบูรณ์แบบไม่กี่คนที่คิดฆ่าปล้นชิงต้วนหลิงเทียน ถึงกับหลั่งเหงื่อเย็นออกมา
“ความเร็วนั่น…อย่างน้อยๆต้องบรรลุสู่เซียนขั้นยิ่งใหญ่?”
หนึ่งในขอบเขตสู่เซียนขั้นสมบูรณ์แบบกล่าวถึมพำ
มันเองก็เจียนบรรลุสู่เซียนขั้นยิ่งใหญ่อยู่รอมร่อ การที่อีกฝ่ายหายตัวไปต่อหน้าต่อตามันได้ เช่นนั้นต้องมีพลังฝึกปรืออย่างน้อยๆ สู่เซียนขั้นยิ่งใหญ่!
“มิใช่! เจ้าหนุ่มนั่น…ท่ทางจะบรรลุครึ่งก้าวเซียนแล้ว!”
ในบรรดาทั้งหมด ยอดฝีมือที่ท่าทางจะร้ายกาจที่สุดอดไม่ได้ทีจะกล่าวออกมาพร้อมหลั่งเหงื่อเย็น แววตาของมันยังเต็มไปด้วยความเสียขวัญนัก
“ละ…ลูกพี่ อย่าได้บอกพวกเราเชียวว่ากระทั่งท่านยังมองไม่เห็นความเคลื่อนไหวของมัน”
ทันใดนั้นหลายคนเริ่มหน้าเปลี่ยนสี ถามออกมาด้วยความหวาดกลัว