เมืองคลื่นขจีนับเป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองที่สุดในเขตอิทธิพลของคฤหาน์คลื่นขจี ยิ่งไปกว่านั้นคฤหาสน์คลื่นขจีเองยังตั้งสาขาย่อยขึ้นมา ณ เมืองแห่งนี้ด้วย
สาขานี้มีไว้เพื่อควบคุมดูแลเมืองคลื่นขจี
เจ้าเมืองของเมืองคลื่นขจี ก็เป็นคนของสกุลหาน
คฤหาสน์คลื่นขจีของสกุลหานนั้น แม้จะเป็นขุมพลังชั้น 5 แต่การจัดการภายในก็คล้ายนิกาย สำนัก อยู่บ้าง
ในคฤหาสน์คลื่นขจี ต่อให้ท่านไม่ได้ใช้แซ่หาน แต่หากพลังฝีมือท่านสูงส่งก็ล้วนเป็นที่ยอมรับนับถือ
นอกจากนี้กระทั่งเรื่องผู้นำคฤหาสน์ ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้!
ในคฤหาสน์คลื่นขจีสกุลหาน ตอนนี้ศิษย์ต่างแซ่ที่นับว่าโดดเด่นที่สุดก็คือผู้ฝึกสัตว์ กล่าวไปคนผู้นี้ก็เป็นดั่งพี่น้องแท้ๆของผู้นำคฤหาสน์คลื่นขจีคนปัจุบัน และผู้ฝึกสัตว์คนนี้ก็เป็นที่รู้จักกันดีในคฤหาสน์คลื่นขจี
เช่นนั้นแล้วตราบใดที่ท่านมีดีพอ ไม่ต้องกังวลเรื่องที่มิอาจเข้าร่วมกับคฤหาสน์คลื่นขจีไปเลย
หลังจากที่มาถึงเมืองคลื่นขจี ต้วนหลิงเทียนก็มองหาที่พักเล็กๆแห่งหนึ่ง ก่อนที่จะออกไปนั่งในเหลาอาหารทั้งวัน
เหลาอาหารที่เขาเลือกนั้นเป็นเหลาที่คึกคักที่สุดในเมืองคลื่นขจี ถึงแม้ว่าเหลาแห่งนี้จะใหญ่โตมากชั้น แต่กลับเต็มไปด้วยผู้คนแทบจะตลอดเวลา
ต้วนหลิงเทียนพยายามจนสามารถนั่งโต๊ะริมหน้าต่างได้ เขาสั่งสุราอาหารของขึ้นชื่อต่างๆมามากมายและลิ้มรสชาติอย่างละเมียดละไม