“ไม่กี่วันก่อนข้าเห็นต้วนหลิงเทียนมอบตราผนึกมารให้อ๋องเฉียนกับตา และอ๋องเฉียนก็เก็บตราผนึกมารลงแหวนพื้นที่แล้วชัดๆ…แต่ตอนนี้อ๋องเฉียนกลับบอกว่ามิได้ครอบครองตราผนึกมาร?”
คนอื่นอดไม่ได้ที่จะโพล่งถามออกมา
“แล้วเจ้าจะอธิบายที่อ๋องเฉียนสาบานต่อทัณฑ์สวรรค์เก้าเก้าได้อย่างไร? รู้ๆกันอยู่หากผิดคำสาบานย่อมตกตายสถานเดียว ไม่มีผู้ใดหนีอัสนีทัณฑ์สวรรค์ได้!”
“ใช่แล้ว! ข้าเชื่อว่าที่อ๋องเฉียนกล่าวสาบานออกมาล้วนเป็นความจริง หาไม่ป่านนี้มันคงถูกฟ้าผ่าไปนานแล้ว!!”
……
นานเข้าเนื้อหาของคำสาบานก็ถูกผู้คนล่วงรู้กันไปทั่ว
จังหวะนี้กระทั่งคนที่คิดว่าอ๋องเฉียนไม่ได้ไม่มีตราผนึกมารอยู่กับตัว ก็จำต้องยอมรับความจริงเรื่องนี้
หลังจากยอมรับความจริงแล้ว ทั้งหมดก็อดที่จะนึกถึงต้วนหลิงเทียนขึ้นมาไม่ได้
“ในวันนั้นต้วนหลิงเทียนส่งตราผนึกมารไปให้อ๋องเฉียน และอ๋องเฉียนก็รับมันและเก็บไว้ในแหวนพื้นที่ ตั้งแต่ต้นจนจบพวกเรามัวแต่สนใจอ๋องเฉียน ไม่ทันสังเกตเลยด้วยซ้ำว่าต้วนหลิงเทียนจากไปเมื่อใด”
“นั่นสิ ย้อนกลับมาคิดดูแล้ว…นี่ใช่แผนเบี่ยงเบนความสนใจของต้วนหลิงเทียนใช่หรือไม่! เขาสมควรมีกลวิธีเรียกคืนตราผนึกมารจากระยะไกล ดังนั้นเขาจึงจัดฉากให้เห็นว่าอ๋องเฉียนได้รับตราผนึกมารไปอย่างตั้งใจ ฉากลวงหลอกว่าอ๋องเฉียนได้รับตราผนึกมารนี้นับว่าดึงดูดความสนใจของพวกเราไปหมดสิ้น จึงมีโอกาสหลบหนี”