“กระทั่งถึงตอนนี้ยังคงสงบใจอยู่ได้…นี่ต้วนหลิงเทียนเสแสร้งหรือมีความมั่นใจจริงๆ?”
อ๋องหรงเองก็มีคำถามไม่ต่างจากผู้คนส่วนใหญ่ มันมองชายหนุ่มชุดม่วงเบื้องหน้าไม่ออกจริงๆ
ภายใต้สายตาของทุกคน ต้วนหลิงเทียนมองจ้องตากับหลินตงพักหนึ่ง ก็ค่อยเคลื่อนร่างไปยังเหนือฟ้าข้างเขาเป่ยหมัง อันเป็นที่โล่ง
ทั้งสองหยุดลอยร่างกลางหาวเผชิญหน้ากัน
ชุดสีม่วง ชุดสีขาว โบกสะบัดคล้ายจะเต้นรำหยอกเย้าสายลม
วูบ! วูบ! วูบ! วูบ!
……
เมื่อเห็นว่าต้วนหลิงเทียนกับหลินตงเลือกสถานที่ประลองกันได้แล้ว ผู้คนที่อยู่ไม่ห่างเท่าไหร่ก็เร่งถอยห่างออกทันที พาลให้บังเกิดเป็นพื้นที่ว่างทรงกลมกินรัศมีพันหมี่!
แน่นอนว่าผู้ฝึกยุทธ์และผู้ฝึกเต๋าที่มีพลังฝึกปรืออ่อนด้อยเข้าหน่อย ก็พยายามถอยห่างออกไปให้ไกลกว่านั้น พวกมันไม่กล้าจะเข้าไปใกล้มากเท่าไหร่เพราะกลัวเป็นปลาในบ่อ…
(มันมีสำนวนที่ว่า ‘ประตูเมืองเกิดเพลิงไหม้ เดือดร้อนถึงปลาในบ่อ’ ก็คือ ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร แต่ดันซวยไปด้วย)
“ต้วนหลิงเทียน การที่เจ้าได้ตายตกในมือข้าหลินตง…นับเป็นเกียรติอันสูงสุดในชีวิตของเจ้าแล้ว”
หลินตงมองกล่าวกับต้วนหลิงเทียนด้วยน้ำเสียงถือดี
ในวาจาคล้ายจะบอกว่าอย่างไรวันนี้ต้วนหลิงเทียนก็ต้องตายด้วยน้ำมือมัน!
แน่นอนว่ามันย่อมคิดว่าการประลองในวันนี้คงไร้เรื่องราวผิดแปลกอะไร ก็แค่อีกคนที่ต้องฆ่า!
“ผยองนัก!”