อ๋องเฉียนไม่คิดไม่ฝันเลย ว่าวาจาไม่กี่คำของอ๋องหรง จะพลิกกลับสถานการณ์ทำให้มันกลับกลายเป็นเป้ารุมประนามเพราะชื่อเสียงที่ไม่ดีของผู้ติดตามเสียได้ และมันรู้ดีว่าวาจาของมันไม่คมคายเท่าอ๋องหรง จึงไม่คิดจะถกเถียงกับอีกฝ่ายให้ขายหน้า
อย่างไรก็ตามมันไม่พูด ไม่ได้หมายความว่าอ๋องหรงจะหยุดพูดเหมือนมันด้วย
“น้องสี่ข้าได้ยินว่าหนึ่งในพระเอกของงานวันนี้เป็นแขกกิตติมศักดิ์ของจวนอ๋องเฉียนเจ้ารึ…ว่าแต่ไฉนป่านนี้แล้วยังมิมาอีกเล่า? คงมิใช่ที่แท้เจ้าไปบีบบังคับผู้คนมาหรอกนะ?”
อ๋องหรงกล่าวถามด้วยรอยยิ้ม
“พี่รอง หรือท่านมิรู้ว่าแขกกิตติมศักดิ์ของจวนอ๋องเฉียนข้าเป็นใคร? ท่านกล่าวเช่นนี้หรือคิดว่าแขกของข้ามิกล้ามา? หรือท่านคิดว่าแขกของข้ามิกล้าประลองกับต้วนหลิงเทียน?
ได้ยินวาจานี้ของอ๋องหรง อ๋องเฉียนพลันดีใจไม่น้อย
เพราะมันไม่คิดเลยว่าอ๋องหรงจะย่ามใจกระทั่งโดดลงหลุมเองเช่นนี้ มันรีบเชิดหน้ากล่าวสวนกลับไปอย่างได้เปรียบทันที
อ๋องหรงพอได้ยินก็รู้สึกหน้าม้านไม่น้อย ยังเสียใจที่พลั้งปากออกไปอยู่บ้าง
เพราะมันคิดแต่จะเย้ยหยันอ๋องเฉียน แต่พออ๋องเฉียนตอบกลับมาแบบนี้ ย่อมบิดเบือนเจตนาของมันไปโดยสิ้นเชิง กลายเป็นมันกล่าววาจาเย้ยเยาะหลินตงแห่งตระกูลหลินในอาณัติคฤหาสน์หลิ่งหนานหยวนแทนทันที
“เฮอะ! อ๋องหรง ฟังจากวาจานี้ของเจ้า…ที่แท้เจ้าคิดว่าข้าไม่ดีเท่าต้วนหลิงเทียนอะไรนั่นงั้นเรอะ!?”