เมื่อแสงอรุณสาดส่องทะลุหน้าต่าง ต้วนหลิงเทียนก็ลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย ยังอดบ่นโอดครวญออกมาเสียไม่ได้ “ยังคลำทางไม่เจอ…ดูเหมือนว่าข้าต้องสบโอกาส หรือรู้แจ้งโดยบังเอิญถึงจะสามารถบรรลุขั้นที่ 2 ได้ และถึงตอนนั้นความแข็งแกร่งข้าจะยกขึ้นไปอีกระดับ”
พอนึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมาตลอด 3 เดือนในโลกภายนอก ต้วนหลิงเทียนก็พอใจกับความก้าวหน้าของตัวเองไม่น้อย
‘อันดับ 1 ในรายนามนภางั้นเหรอ? ก่อนปิดด่านฝึกฝนข้ายังไม่คิดจะกลัวเจ้าเลย…ในเมื่อเจ้าอยากท้าข้านัก ข้าก็พร้อมน้อมสนองเจ้า! อย่าได้หวังว่าจะมีวันได้กลับคฤหาสน์หลิ่งหนานหยวนได้อีก!!’
พอคิดถึงการประลองเป็นตายที่จะเริ่มขึ้นตอนเที่ยงวันนี้ สองตาต้วนหลิงเทียนก็เผยประกายเย็นเยือกออกมา
‘หลินตงนั่น ดูเหมือนจะเป็นสายเลือดหลักของตระกูลที่เป็นขุมพลังใต้อาณัติคฤหาสน์หลิ่งหนานหยวนโดยตรง…ข้าล่ะอยากรู้นักหากมันตายคาประเทศฝูเฟิงแบบนี้ ฝ่ายอ๋องเฉียนมันจะเผชิญหน้ากับโทสะของขุมพลังชั้น 6 ยังไง! แม้จะเป็นตระกูลขุมพลังชั้น 6 ที่เทียบได้กับตระกูลราชวงศ์ประเทศฝูเฟิง แต่พวกมันกลับมีรากฐานต่างกันชัดเจน!’
ไม่ทราบตั้งแต่เมื่อไหร่แต่มุมปากต้วนหลิงเทียนพลันเผยรอยยิ้มแสยะขึ้นมา
ในเมื่ออ๋องเฉียนมันอยากฆ่าชิงทรัพย์เขานัก คราวนี้เขาจะให้มันลองกินยาขมหม้อเดียวกันดู!