พอได้เห็นต้วนหลิงเทียนรับประทานอาหารเช้าคำใหญ่คล้ายกับหิวไม่น้อย ทำให้ซือถูหังอดไม่ได้ที่จะยิ้ม “ท่านปรมาจารย์ต้วน เที่ยงนี้ท่านก็จะประลองเป็นตายกับหลินตงอยู่แล้วแท้ๆ แต่นี่ท่านไม่มีความกังวลอะไรเลยหรือ?”
“ยังมีอะไรให้กังวล?”
ต้วนหลิงเทียนเงยหน้าขึ้นมาถามเล็กน้อย ก่อนที่จะคีบเนื้อชิ้นใหญ่เข้าปากเคี้ยวหงุบหงับ
และคำถามนี้ของต้วนหลิงเทียน ก็ทำให้ซือถูหังไปไม่เป็น ไม่รู้จะพูดอะไรต่อทันที
ความมั่นใจของต้วนหลิงเทียนนั้น สุดที่มันจะเข้าใจได้จริงๆ
เป็นความสัตย์จริงที่มันหวังให้ต้วนหลิงเทียนแคล้วคลาดปลอดภัย กระทั่งเป็นผู้ชนะ อย่างไรก็ตามพอคิดถึงชื่อเสียงของหลินตงและวีรกรรมอีกฝ่าย ความคิดดังกล่าวคล้ายจะกลายเป็นเรื่องอันยากเย็นทันที
ในสายตาของมัน ที่ต้วนหลิงเทียนยังแลดูสบายๆไร้กังวล เพราะอีกฝ่ายคงไม่ทราบว่าหลินตงน่ากลัวอย่างไร
‘ช่างเถอะ จะอย่างไรก็ช่าง…ข้าจะขอให้ปู่โฮ่วลงมือช่วยชีวิตท่านปรมาจารย์ต้วนทันทีที่ชีวิตท่านตกอยู่ในอันตราย ต่อให้ข้าจะถูกผู้คนประนามอย่างไรก็ช่าง ขอแค่ท่านปรมาจารย์ต้วนปลอดภัยก็พอ!’
ซือถูหังขบคิดในใจอย่างเด็ดเดี่ยว
ความคิดนี้ของมันยังบ้าบิ่นนัก
ตราบใดที่การประลองตอนเที่ยงวันนี้ หลินตงมีแนวโน้มว่าจะสังหารต้วนหลิงเทียนได้ มันจะขอให้ซือถูโฮ่วสอดมือเข้าช่วยทันที
แน่นอนว่าหากลงมือทำเช่นนั้น ต้องถูกผู้คนประนามแน่นอน