อันที่จริงถึงแม้จะไม่มีฐานะปรมาจารย์จารึกเซียนระดับ 3 ดาวของป๋ายลี่หง แต่ทุกคนก็สมควรอาศัยอยู่ในตระกูลซือถูได้อย่างสุขสบาย เพราะเฟิ่งหวู่เต้าที่เป็นสหายอันดีของทุกคนคือบิดาของแม่นางเฟิ่งแห่งนิกายอัคคีล่องลอย ตระกูลซือถูย่อมไม่พลาดเรื่องนี้
“แล้วเจ้าต้วนมันอยู่ไหนล่ะเนี่ย?”
เฉินเฉ่าช่วยหันมองไปรอบๆ แต่กลับไม่เห็นต้วนหลิงเทียน
“ข้าเองก็ไม่เจอตั้งแต่เช้าแล้ว…ไม่รู้ออกไปไหน”
หนานกงยี่ที่มองซ้ายทีขวาที่สุดท้ายก็ส่ายหน้าออกมา
“ท่านปรมาจารย์ต้วนจากไปหลังรับประทานอาหารเช้าเสร็จ…จากที่ท่านกล่าวไว้ เพราะความที่ท่านมิได้เป็นแขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถูแล้ว เช่นนั้นเป็นการดีเสียกว่าที่ท่านจะเดินทางไปยังขุนเขาเป่ยหมังด้วยตัวเอง”
ตอนนี้เองซือถูหังพลันกล่าวตอบข้อสงสัยออกมาด้วยรอยยิ้มขื่นขม
“ถ้างั้น เจ้าต้วนน่าจะไปถึงยอดเขาเป่ยหมังอะไรนั่นแล้วล่ะ…”
เฉินเฉ่าช่วยกับหนานกงยี่พอเข้าใจเรื่องราวได้ทันที
ขุนเขาเป่ยหมังนั้นตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองหลวงประเทศฝูเฟิง ยังห่างจากตัวเมืองหลวงไปนับสิบพันลี้
หมื่นลี้นี้หากเป็นคนธรรมดาคงเป็นระยะทางอันไกลโข
แต่สำหรับคนในตระกูลซือถู ที่อ่อนแอที่สุดอย่างเฉินเฉ่าช่วยและสหายของต้วนหลิงเทียน ระยะทางแค่หมื่นลี้ก็ใกล้นิดเดียว!
แม้ทั้งหมดจะลดความเร็วลงให้เท่าพวกเฉินเฉ่าช่วย แต่ทุกคนก็มาถึงยอดเขาเป่ยหมังก่อนเวลา
“ผู้คนมากันมากมายถึงขนาดนี้เชียว!!”