อ๋องหรงส่ายหัวไปมาด้วยไม่เข้าใจ มันยังคิดว่าครั้งนี้อ๋องเฉียนประเมินต้วนหลิงเทียนสูงเกินไป
“องค์ชายรอง นอกจากพลังฝีมือไม่ธรรมดา ต้วนหลิงเทียนคนนี้ยังมีความสัมพันธ์กับนิกายอัคคีล่องลอยอีกด้วย…แม่นางเฟิ่งนิกายอัคคีล่องลอยคนนั้น…เห็นว่านางมีใจให้ต้วนหลิงเทียน! บางทีคงเป็นเพราะอ๋องเฉียนหวาดกลัวนิกายอัคคีล่องลอย จึงมิกล้าลงมือวู่วาม”
ชายชรายังคงกล่าวสืบต่อ “แถมจะอย่างไรก่อนหน้านี้ต้วนหลิงเทียนก็เป็นคนของตระกูลซือถู นับว่าเป็นคนของฝ่ายพวกเราเช่นกัน…อ๋องเฉวียนก็จำต้องระวังในเรื่องนี้ กระทั่งยังคิดตีชิงตามไฟ อาศัยสภาวะเรื่องราวหนุนเสริมบารมี”
“อืม สมควรเป็นเช่นนั้น”
อ๋องหรงพยักหน้า “ถึงแม้ลำพังตัวมันเองจะโง่งม แต่มันก็มีคนมากความสามารถอยู่ข้างมันไม่น้อย! เหอะ! ข้าล่ะไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าซือถูหมิงกับคนของตระกูลซือถูบางส่วนจะทรยศไปอยู่ข้างมัน นี่ยังต่างอะไรกับตบหน้าข้ากัน!”
กล่าวถึงท้ายประโยค สีหน้าอ๋องหรงก็มืดลง
“องค์ชายรอง การประลองพรุ่งนี้ อย่างไรอ๋องเฉียนก็ต้องไปดูชมแน่…ท่านจักไปด้วยหรือไม่?”
ชายชรามองอ๋องหรงพร้อมถาม
“ข้าย่อมต้องไป”