“ฮึ่ม ที่แท้ปรมาจารย์ต้วน ก็หวาดกลัวยอดฝีมืออันดับ 1 ในรายนามนภางั้นเหรอ?”
“เรื่องนี้ยังไม่ชัดเจนหรือไร หากไม่กลัวไหนเลยจะตัดสินใจเช่นนี้…ไม่กี่วันที่ผ่านมาผู้คนก็เอาแต่พากันพูดเรื่องจวนอ๋องหรงด้อยกว่าจวนอ๋องเฉียนกันไม่หยุด”
“แต่พอปรมาจารย์ต้วนออกจากตระกูลซือถูและไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับตระกูลซือถูอีกเช่นนี้…แน่นอนว่าคงไม่มีใครกล้ากล่าวอีกต่อไปว่าจวนอ๋องหรงด้อยกว่า”
“ดูเหมือนว่าที่แท้ตลอดเวลา 2-3 เดือนที่ผ่านมา ต้วนหลิงเทียน เพียงแค่หวาดกลัวยอดฝีมืออันดับ 1 ในรายนามนภาแล้วจริงๆ…เฮ่อ! ข้าอุตส่าห์ยึดถือเขาเป็นแบบอย่าง มิคิดเลยว่าสุดท้ายก็จะหลบหนีเช่นนี้! น่าอดสูนัก!!”
“เจ้ามันอ่อนต่อโลกเกินไป!”
……
วาจาทำนองนี้ดังขึ้นไปทั่วประเทศฝูเฟิง
ทั้งหมดเพราะทุกคนล้วนคิดว่าการที่ต้วนหลิงเทียออกจากตระกูลซือถู เพราะหวาดกลัวไม่กล้าสู้กับยอดฝีมืออันดับ 1ในรายนามนภาของคฤหาสน์หลิ่งหนานหยวน
แม้แต่คนในจวนอ๋องเฉียนก็คิดเช่นเดียวกัน
“มันประกาศถอนตัวออกจากตระกูลซือถูจริงๆ?”
หลังจากได้รับทราบข่าวนี้ อ๋องเฉียนอดไม่ได้ที่จะอึ้ง ไม่นานมันก็หันไปมองชายวัยกลางคนที่ยืนเหงื่อตกอยู่ข้างล่างทันที “ซือถูหมิง…นี่น่ะเหรอวิธีอันประเสริฐของเจ้า?”
ชายวัยกลางคนที่ยืนเหงื่อแตกพลั่กด้านล่างไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นซือถูหมิงเอง