อี้เฟิงที่นั่งเงียบอยู่เป็นเวลานานในที่สุดก็กล่าวออกมาในเวลาที่เหมาะสม แถมวาจายังประจบสอพลออย่างเห็นได้ชัด
“ฮึ่ม! คนอื่นๆอาจจะยำเกรงข้าในฐานะองค์ชาย 4 แห่งประเทศฝูเฟิง แต่หลินตงผู้นี้มันไม่ต้องยำเกรงอะไรข้า เพราะขุมพลังของมันก็มิได้ด้อยไปกว่าตระกูลราชวงศ์ของข้า”
อ๋องเฉียนแค่นคำอย่างไม่สบอารมณ์ทั้งกล่าวออกเสียงเข้ม ทำให้หน้าอี้เฟิงม้านไปทันใด
“อี้เฟิง แล้วเจ้ามัวไปทำอันใดของเจ้าอยู่กันแน่? นี่มันก็ปาเข้าไป 2 เดือนแล้ว แต่ไฉนยังไม่ได้เรื่องได้ราวอันใดสักอย่าง?”
ไม่นานอ๋องเฉียนก็ชักสายตาเย็นชาจับจ้องไปยังอี้เฟิงเขม็ง
“องค์ชาย 4 ตลอด 2 เดือนที่ผ่านข้าก็พยายามเต็มที่แล้ว กระทั่งถึงกับปล่อยข่าวว่าแขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถู หวาดกลัว หลินตง ยอดฝีมืออันดับ 1 ในรายนามนภาของเขตอิทธิพลคฤหาสน์หลิ่งหนานหยวนจนหัวหดเป็นลูกเต่า ไม่กล้าแม้แต่จะออกมารับคำท้า แต่เจ้าต้วนหลิงเทียนนั่นมันก็ไม่คิดโผล่หัวออกมาสักครั้ง….”
อี้เฟิงเผยยิ้มออกมาอย่างอับจนหนทาง
“ในเมื่อเจ้าจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ เช่นนั้นเจ้าก็ไม่ต้องสนใจเรื่องนี้อีกต่อไป”
อ๋องเฉียนกล่าวออกอย่างเบื่อหน่าย
อี้เฟิงพอได้ฟังก็อดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก มันเองก็ขี้เกียจจัดการเรื่องนี้เต็มที
เห็นได้ชัดว่า ต้วนหลิงเทียน แขกกิตติมศักดิ์แห่งตระกูลซือถู ไม่คิดรับคำท้าทายจริงๆ
หาไม่แล้วอีกฝ่ายต้องโผล่หัวออกมานานแล้ว