ไม่นานวาจาทำนองดังกล่าวก็เริ่มแพร่กระจายกันไปอย่างเผ็ดร้อน ผู้คนสุมหัวสนทนากันอย่างออกรส ยิ่งมาก็ยิ่งถล่มฝ่ายที่หนีหน้าเสียราวกับเป็นตัวพิการไร้แขนขา..
เมื่อเสียงนินทาเริ่มดังมากเข้า กระทั่งอ๋องหรงเองก็นั่งไม่ติดอีกต่อไป มันเริ่มกดดันตระกูลซือถูทันที!
ที่เขตที่ดินของตระกูลซือถู คิ้วของซือถูฮ่าวถึงกับยู่ย่นเป็นปมตายยากคลี่คลาย หลังจากส่งคนของจวนอ๋องหรงกลับไป มันก็เดินหน้ามุ่ยไปยังคฤหาสน์ของซือถูหังทันที
“ลูกหัง ป่านนี้แล้วท่านปรมาจารย์ยังไม่ออกจากการปิดด่านบ่มเพาะอีกหรือ?”
ซือถูฮ่าวกล่าวถามซือถูหังด้วยท่าทางไม่ค่อยสู้ดี
“มีปัญหาอันใดหรือท่านพ่อ? อย่าบอกข้านะว่าท่านสนใจเสียงนกเสียงกาที่นินทาท่านปรมาจารย์ต้วนนั่นกับผู้อื่นด้วย? ท่านอย่าได้กังวลไป ท่านปรมาจารย์ต้วนไม่แยแสข่าวลือเหลวไหลพรรค์นั้นหรอก”
ซือถูหังหัวเราะออกมา
“หังเอ๋อ…ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว”
ซือถูฮ่าวเผยยิ้มขื่นขมออกมา และเริ่มเล่าข่าวลือใหม่ให้ซือถูหังฟังทันที อีกทั้งยังบอกจุดประสงค์การมาเยือนของคนจวนอ๋องหรงออกไป เรียกว่าทั้งหมดล้วนเป็นเพราะข่าวลือเรื่องจวนอ๋องหรงอ่อนด้อยกว่าจวนอ๋องเฉียนทั้งสิ้น!
ถึงแม้ต้วนหลิงเทียนจะไม่ได้เกี่ยวข้องกับจวนอ๋องหรงโดยตรง