ซือถูฮ่าวกล่าวออกมาอย่างทอดถอนใจ
“ทางเลือกอันใด?”
ซือถูหังขมวดคิ้ว
“อ๋องหรงกล่าวว่าหากท่านปรมาจารย์ต้วนปิดด่านบ่มเพาะอยู่จริง ให้พวกเราหาวิธีปลุกอาจารย์ต้วนให้จงได้ และกล่าวถามว่ามีความมั่นใจในการประลองครั้งนี้หรือไม่…หากมีก็ยอมรับคำท้าเสีย แต่หากไม่มีก็จำต้องหาทางลง!”
ซือถูฮ่าวกล่าว
“หาทางลงอย่างไร?”
ซือถูหังกล่าวถามเสียงเข้ม คิ้วยังขมวดย่น
“ให้ท่านปรมาจารย์ต้วนประกาศต่อสาธารณชนว่าจะถอนตัวออกจากตระกูลซือถู และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอันใดกับตระกูลซือถูของพวกเราอีกต่อไป”
ซือถูฮ่าวถอนใจออกมาเฮือกใหญ่
“นั่นจะได้อย่างไร!”
สีหน้าซือถูหังเปลี่ยนไปอย่างมาก “ท่านปรมาจารย์ต้วนคือผู้มีพระคุณช่วยชีวิตข้า ข้าจะปล่อยให้ท่านต้องทำอะไรเช่นนี้ได้อย่างไร! ท่านพ่อ เรื่องนี้ข้ามิเห็นด้วยนะ!!”
“ไม่เด็ดขาด! ว่าแต่แล้วทางเลือกที่ 2 เล่า…ทางเลือกอีกทางที่อ๋องหรงบอกท่านพ่อมาคืออะไร?”
วาจาท้ายประโยคของซือถูหังยังคาดคั้นราวกับจะไขว่คว้าฟางเส้นสุดท้าย
“ทางเลือกที่ 2 คือให้ท่านปรมาจารย์ต้วนหลบหนีไปเสีย…นี่นับเป็นการหลบหนีอย่างแท้จริง!”
ซือถูฮ่าวกล่าวจบก็ระบายลมหายใจออกมายืดยาว
“แล้วผู้นำตระกูลซือถูอยากเลือกทางไหนหรือ?”
ทันใดนั้นมีเสียงกล่าวถามดังขึ้น ปรากฏร่างหนึ่งเปิดประตูออกมา ก่อนที่จะค่อยๆก้าวออกมาต้องรับแสงตะวันร้อนที่สาดส่องลง จนเผยให้เห็นเป็นร่างในชุดสีม่วง