ถึงตอนนั้นกับอีแค่จวนอ๋องเฉียน ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้เขากังวลแม้แต่น้อย
‘ถึงตอนนั้นข้าจะล้างบาง ตัดรากถอนโคนคนที่มันรู้เรื่องนี้ให้หมด!’
เมื่อคิดได้ดังนี้ ต้วนหลิงเทียนก็ร่ำลาซือถูหังและมุ่งกลับไปยังห้องพักทันที
หลังจากที่กลับเข้ามาในห้องพัก และปิดประตูหน้าต่างลั่นดาลลงกลอนอะไรเรียบร้อยดีแล้ว เขาก็เข้าไปในเจดีย์หลิงหลง 7 สมบัติ และขึ้นไปบ่มเพาะพลังบนชั้น 3 อย่างขยันขันแข็งทันที
แน่นอนว่าก่อนที่จะทะลวงถึงขอบเขตเซียน เขาต้องบรรลุจุดสูงสุดสู่เซียนขั้นยิ่งใหญ่ และบรรลุถึงครึ่งก้าวเซียนเสียก่อน
อย่างไรก็ตามจากการประมาณการของต้วนหลิงเทียน กับระดับพลังในร่างเขาตอนนี้ เขามั่นใจว่าขอเพียงมีเวลาอีกแค่ ครึ่งเดือน เขาจะทะลวงถึงสูงสุดสู่เซียนขั้นยิ่งใหญ่ได้ไม่ยาก
แน่นอนว่าครึ่งเดือนที่ว่า หมายถึงกาลเวลาในโลกภายนอก
‘อี้เฟิงมันอยู่ในจวนอ๋องเฉียน…ถ้างั้นเป็นไปได้สูงว่าเรื่องที่ซือถูหมิงทรยศตระกูลจะเกี่ยวข้องกับมัน’
หลังจากที่ต้วนหลิงเทียนกลับห้องไป ซือถูหังก็เริ่มครุ่นคิดทบทวนเรื่องราวที่ได้รับทราบมา
แต่ไม่ว่าจะเป็นทางด้านอี้เฟิงหรือต้วนหลิงเทียน ก็ไม่ได้รู้เลยว่าภัยพิบัติครั้งใหญ่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ แน่นอนว่าต้วนหลิงเทียนมีแนวโน้มจะประสบภัยครั้งใหญ่มากกว่า
เพราะตราผนึกมารนั้นมีค่ามากเกินไป มันมีอานุภาพพอให้สุดยอดฝีมือในใต้หล้าทั้งหมดยินดีสร้างมรสุมโลหิตเพื่อช่วงชิง!