หลังจากกล่าวจบคำ ซือถูหมิงก็หันหลังเตรียมจากไปทันที
อย่างไรก็ตาม ทันทีที่มันหันหลังกลับมา มันก็ถูกชายชรา 2 คนที่คอยประกบอยู่ด้านหลังอ๋องเฉียนพุ่งมาหยุดเอาไว้
“อ๋องเฉียน ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอะไร””
หน้าซือถูหมิงเปลี่ยนสีทันที หันมามองอ๋องเฉียนอีกครั้ง ในแววตาเผยให้เห็นโทสะชัดเจน
“รองผู้นำหมิงหากเจ้าคิดจะจากไป ข้าก็ไม่ห้ามแต่ก่อนหน้านั้นเจ้าช่วยฟังคำพูดของอี้เฟิงเสียก่อน…หากอี้เฟิงกล่าวจบแล้ว แต่เจ้ายังคิดจะอยู่ในตระกูลซือถูก็ตามใจ”
อ๋องเฉียนกล่าว
ซือถูหมิงที่ได้ฟัง ก็หันไปเหลือบมองอี้เฟิง “เจ้าคิดพูดอะไรก็พูด แต่เจ้าคิดจริงๆหรือว่าเจ้าจะกล่อมให้ข้าทรยศตระกูลซือถูได้?”
“รองผู้นำหมิง อย่าพึ่งด่วนสรุปไป”
เมื่อเห็นซือถูหมิงเหลือบมองมาด้วยสายตาดูแคลนอี้เฟิงก็ไม่ได้มีโมโหอะไร เพียงกล่าวออกเสียงเรียบ “อันที่จริงเรื่องที่ข้าอยากให้ท่านมาเข้าร่วมกับจวนอ๋องเฉียน ล้วนเป็นเพราะคิดช่วยชีวิตของท่าน…”
“ช่วยชีวิตข้า? เจ้าหมายความว่าอะไร?”
หน้าซือถูหมิงจมลงทันใด
“ซือถูหมิง ท่านรู้หรือไม่ว่าไฉนข้าถึงมาอยู่ที่จวนอ๋องเฉียนได้?”
อี้เฟิงกล่าวถาม