อี้เฟิงยังกล่าวต่อ “ถึงแม้ว่าข้าจักมิรู้ว่าต้วนหลิงเทียน ไฉนถึงมีขุมพลังเช่นนี้อยู่…หากแต่ความแข็งแกร่งของมันมิได้ด้อยไปกว่าตระกูลซือถูแม้แต่น้อย”
“มิใช่นิกายอัคคีล่องลอย?”
พอได้ยินว่าขุมพลังที่อยู่เบื้องหลังของต้วนหลิงเทียนไม่ใช่นิกายอัคคีล่องลอย สีหน้าซือถูหมิงยิ่งคล้ำลงไปกันใหญ่!
ในใต้หล้าที่น่ากลัวที่สุดก็คือความไม่รู้!
ขุมพลังต้วนหลิงเทียนกลับลึกลับแบบนี้ หากคิดลงมือต่อมันคงยากที่จะทานรับแล้ว!
‘ความสามารถในการฆ่าอาวุโสสูงสุดนิกายหยินหมิง และบีบบังคับให้อี้เฟิงต้องหลบหนีมาโดยปล่อยให้นิกายหยินหมิงล่มสลาย…ความแข็งแกร่งของขุมพลังต้วนหลิงเทียนนั่น ไม่ใช่อะไรที่ตัวข้าจะสามารถต้านทานได้เลย!’
ตอนนี้สีหน้าซือถูหมิงสลับกลับกลาย เริ่มบังเกิดความลังเลไม่แน่นอน
‘เพราะอะไร! ไฉนซือถูฮ่าวถึงไปรับตัวคนที่โดดเด่นเช่นต้วนหลิงเทียนมาเข้าพวกได้! บิดาข้าถูกกำหนดให้แพ้พ่ายบิดาซือถูฮ่าว ข้าก็แพ้พ่ายต่อมัน กระทั่งลูกข้าก็กำลังสิ้นไร้หนทาง ข้าไม่ยอมรับ! ข้าไม่ยอมรับ!!’
ใจของซือถูหมิงร่ำร้องแทบบ้า!
อย่างไรก็ตามมันรู้ดีว่าต่อให้มันจะไม่พอใจแค่ไหน มันก็จำต้องเลือก!
อี้เฟิงกล่าวเป็นเชิงว่าหากมันยังรั้งอยู่ในตระกูลซือถูต่อไปมันต้องตายแน่…เพราะหากขุมพลังของต้วนหลิงเทียนเข้าร่วมกับซือถูฮ่าวจริง มันจะเอาปัญญาที่ไหนไปสู้!!
“ท่านอ๋องเฉียน ข้าซือถูหมิงยินดีรับใช้ท่าน”