อย่างไรก็ตามอ๋องเฉียนปฏิเสธออกมาทันที “ด้วยมีต้วนหลิงเทียนนั่นอยู่สักคน เจ้าไม่มีวันสู้ฝ่ายซือถูฮ่าวได้เลย!”
ได้ฟังคำนี้ซือถูหมิงก็กลืนไม่เข้าคายไม่ออกทันที
มันยังคิดจะกล่าวว่า ‘มิใช่ข้าก็มีท่านสนับสนุนหรือ’ แต่มันก็พูดไม่ออก
เห็นได้ชัดว่าอ๋องเฉียนอยากให้มันทรยศตระกูลอย่างตั้งใจ
และอ๋องเฉียนคิดอะไรอยู่มันก็รู้ดี อีกฝ่ายคิดใช้การทรยศของมันในการเยาะเย้ยอ๋องหรง องค์ชายรองที่เป็นคู่แข่งในการช่วงชิงบัลลังก์!
“ข้าจะให้เวลาเจ้าหนึ่งวัน ไปพาคนที่ยินดีติดตามเจ้ามาเข้าร่วมกับจวนข้าเสีย!”
ดั่งคำที่ว่า กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ อ๋องเฉียนกล่าวจบก็หันมองชายชราที่อยู่ด้านหลังทั้งสองทันที “พวกเจ้าไปช่วยเหลือรองผู้นำหมิงตระเตรียมการย้ายเถอะ…หากรองผู้นำหมิงกลับไปตระกูลซือถูคนเดียว ข้าเกรงว่าจักมิได้กลับออกมาอีก!”
หลังจากที่ซือถูหมิงจากไปโดยมีชายชราทั้ง 2 ประกบติด ในห้องโถงก็หลงเหลือเพียงอี้เฟิงกับอ๋องเฉียน
“เจ้านับว่าฉลาดเฉลียวมิเบา ที่ไม่กล่าวถึงตราผนึกมารแม้แต่คำเดียว!”
อ๋องเฉียนมองอี้เฟิงด้วยความชื่นชมและพึงพอใจกับ ‘ไหวพริบ’ ของอีกฝ่ายนัก
“เรื่องนี้ คนล่วงรู้น้อยเท่าใดยิ่งดี”
อี้เฟิงฉีกยิ้มรับ
วันต่อมา ตระกูลซือถูประหนึ่งพบพานกับเรื่องราวดั่งฟ้าถล่มก็ไม่ปาน
ทั้งหมดนี้เพราะการจากไปของรองผู้นำตระกูลซือถู ซือถูหมิง กล่าวให้ชัดว่าทรยศแล้ว!