“ท่านผู้อาวุโสทั้งหลาย การที่พวกท่านไม่ติดตามซือถูหมิงไป ก็มากเกินพอจะพิสูจน์ความจริงใจของพวกท่านแล้ว ที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันแล้วกันไปเถอะ อดีตเป็นเช่นไรมิสำคัญ! จากนี้ต่อไปข้าหวังเพียงว่าทุกคนจักทำเพื่อตระกูลของเราให้ดีที่สุด!”
ซือถูฮ่าวกล่าวกับเหล่าอาวุโสทั้งหลาย
“ขอบคุณท่านผู้นำ!”
เหล่าผู้อาวุโสทั้งหลายเร่งขอบคุณซือถูฮ่าวเป็นการใหญ่
“หืม? ซือถูหมิงนั่นมันทรยศตระกูลซือถู และจากไปแล้วงั้นเหรอ?”
ที่บ้านลาน พอต้วนหลิงเทียนได้รับทราบเรื่องราวจากซือถูหังเขาก็ประหลาดใจไม่น้อย “แล้วหลังจากที่มันทรยศตระกูลซือถู มันไปอยู่ที่ไหนรึ?”
“จวนอ๋องเฉียน”
ซือถูหังกล่าวออกด้วยใบหน้าปั้นยาก “ซือถูหมิงนั่นมันช่างกล้านัก ข้าคิดว่ามันเพียงอยากสู้กับบิดาเพื่อช่วงชิงตำแหน่งผู้นำ…แต่ไม่คิดเลยว่ามันจะเลือกหักหลังตระกูลเช่นนี้! พอมันออกจากตระกูลซือถูไป พวกเราก็เสมือนเสียตัวตนขอบเขตเซียนไปถึง 2!”
“แล้วบรรพบุรุษของตระกูลซือถูเล่า รู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถาม
“ท่านพ่อข้าสมควรไปแจ้งเรื่องราวต่อท่านบรรพบุรุษแล้ว…ท่านบรรพบุรุษผู้เฒ่าต้องมีโมโหหนักแน่เมื่อทราบเรื่องนี้! อย่างไรก็ตามป่านนี้ซือถูหมิงมันพาผู้คนของมันไปถึงจวนอ๋องเฉียนแล้ว ต่อให้ท่านบรรพบุรุษผู้ฒ่าโกรธไปก็ไร้ประโยชน์!”
วาจาท้ายประโยคของซือถูหังยังเผยความอับจนไม่น้อย