สุดท้ายซือถูหมิงก็สงบใจและตัดสินใจออกมา
“เช่นนั้นก็ไปกันเลยเถอะ”
ชายวัยกลางคนกล่าวออกด้วยน้ำเสียงคล้ายเบื่อหน่าย ถึงแม้มันจะเป็นแค่ครึ่งก้าวเซียน แต่เพราะมันมีหน้าที่จัดการดูแลเรื่องราวในจวนอ๋องเฉียน ถึงแม้จะเผชิญหน้ากับตัวตนในขอบเขตเซียนอย่างซือถูหมิงมันก็ไม่กลัว ยังเต็มไปด้วยความมั่นใจ
มันเป็นสุนัขรับใช้ของพยัคฆ์ ใยต้องกลัวจิ้งจอก? เรื่องก็มีเท่านี้!
ด้วยการนำพาของชายวัยกลางคน ไม่นานซือถูหมิงก็ออกจากตระกูลซือถู กระทั่งเดินทางมาถึงจวนอ๋องเฉียน
ทว่าในขณะที่ซือถูหมิงติดตามชายวัยกลางคนหัวล้านเข้าไปในจวนอ๋องนั้น ปรากฏร่างที่ปกปิดตัวเองอยู่ข้างนอกจวนอ๋องเฉียน เร่งรุดออกจากที่หลบซ่อนและมุ่งหน้าไปยังจวนอ๋องอีกแห่งที่ใหญ่โตไม่แพ้กันทันที
“ซือถูหมิงแห่งตระกูลซือถู ไปหาน้องสี่งั้นเหรอ?”
อ๋องหรง ชายวัยกลางคนที่แลดูสง่างามมากบารมี พลันขมวดคิ้วยู่ย่นหลังจากได้ยินคำรายงานจากสายสืบที่มันส่งไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่จวนอ๋องเฉียน
“เจ้าแน่ใจหรือไม่..ว่าดูให้แน่ชัดแล้วถึงมารายงาน?”
ด้านหลังอ๋องหรง ปรากฏชายหนุ่มในชุดคลุมดำผู้หนึ่ง…เป็นหัวหน้าหน่วยข่าวกรองของอ๋องหรง มันกล่าวถามสายลับที่คุกเข่ารายงานออกมาเสียงเย็น
แม้รูปร่างหน้าตาของชายหนุ่มในชุดคลุมดำจะแลดูธรรมดา หากแต่ดวงตาของมันกลับเฉียบคมไม่น้อย ยามจ้องไปยังสายสืบคนดังกล่าว แววตายิ่งทวีความดุร้ายปานพยัคฑ์ มีอานุภาพขู่ขวัญผู้คนนัก!