“รองผู้นำหมิงอย่าได้มากพิธี นั่งลงเถอะ”
อ๋องเฉียนยิ้มรับคำทักทายเล็กน้อย ค่อยผายมือให้ซือถูหมิงนั่งลง
อย่างไรก็ตามซือถูหมิงไม่กล้านั่ง
“อะไร? หรือรองผู้นำหมิงไม่คิดไว้หน้าข้า?”
รอยยิ้มของอ๋องเฉียนหยุดลงทันใด กล่าวถามออกด้วยใบหน้าเย็นชา
“มิกล้า! มิกล้า!!”
ซือถูหมิงที่หวาดกลัวจับใจเร่งนั่งลงทันที ตอนนี้มันรู้สึกอึดอัดไม่น้อย!
“รองผู้นำหมิง ได้ข่าวว่าพักนี้ที่ตระกูลซือถู เจ้าก็มิได้มีความสุขอันใดมากมายใช่หรือไม่?”
อ๋องเฉียนมองซือถูหมิงพร้อมถามด้วยรอยยิ้ม
“ท่านอ๋องเฉียนล้อข้าเล่นแล้ว ในฐานะรองผู้นำตระกูลซือถู ไหนเลยข้าจักอยู่ในตระกูลอย่างมิมีความสุขได้?”
ซือถูหมิงหัวเราะออกมา
ถึงแม้ว่าพักนี้มันไม่ค่อยมีความสุขในตระกูลซือถูจริง แต่เรื่องนี้มันยังพูดออกมาต่อหน้าอ๋องเฉียนได้หรือ?
เพราะจะอย่างไรสุดท้ายแล้วตระกูลซือถู ก็อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับจวนอ๋องเฉียน!
“ดูเหมือนว่ารองผู้นำหมิงยังคงระแวงข้า…”
อ๋องเฉียนส่ายหน้าไปมา ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาตบ
ทันใดนั้น คนที่รออยู่หน้าห้องโถงคนหนึ่งก็เข้าใจสัญญาณดังกล่าว มันเร่งเข้ามาในห้องโถงทันที
และเมื่อเห็นหน้าผู้ที่พึ่งเข้ามาในห้องโถง ซือถูหมิงก็ถึงกับต้องลุกขึ้นยืน สองตาของมันเผยประกายเย็นชา ส่งเสียงผ่านปราณกล่าวถามไปอย่างไม่รีรอ “อี้เฟิงเจ้าเสียสติแล้วหรือไรที่มาที่นี่ หรือเจ้ามิรู้ว่าตระกูลซือถูของข้ากับอ๋องเฉียนอยู่คนละฝ่าย?”