หลังจากผ่านไปราวๆ 2 เค่อ คล้ายเฟิ่งหวู่เต้าจะนึกออกว่าในห้องยังมีต้วนหลิงเทียนนั่งอยู่ด้วยอีกคน จึงยิ้มออกมาอย่างละอายแล้วกล่าวเปิดประเด็นใหม่กับสื่ออวิ๋น “กล่าวไปแล้วที่ข้าสามารถหลบหนีออกมาจากนิกายหยินหมิงได้ ล้วนต้องขอบคุณเจ้าหนูหลิงเทียนทั้งสิ้น”
“หลบหนี? นิกายหยินหมิง?”
สื่ออวิ๋นขมวดคิ้ว “นี่มันเรื่องอันใดกัน?”
เฟิ่งหวู่เต้าจึงเริ่มเล่าเรื่องราวช่วงที่จับพลัดจับผลูถูกจับไปเป็นแรงงานทาสที่นิกายหยินหมิงออกมา
“นิกายหยินหมิง ช่างกล้านัก!!”
สื่ออวิ๋นกล่าวสบถออกมาเสียงเย็น “กระทั่งบิดาของศิษย์ข้าสื่ออวิ๋น พวกมันยังจะกล้าจับไปเป็นทาส นับว่าครั้งนี้พวกมันกินดีหมีหัวใจเสือมาแล้วจริงๆ! คุณชายเฟิ่งโปรดวางใจ ข้าจะให้พวกมันมอบคำอธิบายที่ดีต่อท่าน!”
“ไม่ต้องหรอกประมุขสื่อ”
เฟิ่งหวู่เต้าพอได้ยินก็ส่ายหัว
“หรือคุณชายเฟิ่งไม่เชื่อในตัวข้า?”
สื่ออวิ๋นขมวดคิ้ว
“ประมุขสื่อท่านเข้าใจผิดแล้ว ที่ข้าบอกว่าไม่ต้องหรอก เพราะตอนนี้นิกายหยินหมิงสมควรล่มสลายไปแล้ว อาวุโสสูงสุดของพวกมันตกตาย ประมุขหนีหาย ถึงแม้ตอนนี้ท่านจะไปหาความอันใดที่นิกายหยินหมิงเพื่อแก้แค้นให้ข้า เกรงว่าคงมิอาจจับคนผิดได้แล้ว…”
เฟิ่งหวู่เต้า เร่งกล่าวอธิบายออกมาทันที
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
สื่ออวิ๋นอึ้งไปพักหนึ่ง นางเหลือบมองต้วนหลิงเทียนสักพักค่อยกล่าวถามออกมา