“ก่อนหน้านี้มิใช่องค์ชาย 4 กล่าวถามข้าหรือ ว่าไฉนสภาพข้าถึงแลดูอ่อนล้าเช่นนี้…ทั้งหมดล้วนเป็นเพราะฝีมือผู้ครอบครองตราผนึกมาร! ข้ามั่นใจว่าองค์ชาย 4 รู้ดีว่าข้าคือประมุขนิกายหยินหมิง และยังเป็นผู้ฝึกมารในขอบเขตเซียน”
อีเฟิงกล่าวสืบต่อ
อ๋องเฉียนพยักหน้ารับ เรื่องอี้เฟิงเป็นผู้ฝึกมารมันย่อมรู้ดี
อย่างไรก็ตามเรื่องที่มันอยากรู้ที่สุดก็คือ ตอนนี้ตราผนึกมารอยู่ในมือใคร!
“ผู้ที่ครอบครองตราผนึกมาร เป็นเพียงผู้ฝึกตนที่มีพลังฝีมือทัดเทียมกับครึ่งก้าวเซียน…แต่ด้วยเพราะความที่มันมีตราผนึกมาร ทำให้ผู้อาวุโสสูงสุดนิกายหยินหมิงของข้าต้องตกตายอย่างไร้หนทางต่อสู้ หากตัวข้าไม่เร่งรีบหลบหนีออกมา ไม่แคล้ววิญญาณของข้าคงถูกตราผนึกมารนั่นสะกดทำลายเช่นกัน!”
วาจาต่อมาของอี้เฟิงยามกล่าว มันเผยอาการหวาดผวาขลาดกลัวไม่น้อย
“หากข้าจำมิผิดอาวุโสสูงสุดนิกายท่าน ก็เป็นผู้ฝึกมารในขอบเขตเซียนใช่หรือไม่?”
อ๋องเฉียนกล่าวถาม
“ใช่”
อี้เฟิงพยักหน้ารับ “ผู้อาวุโสสูงสุดก็มีพลังฝึกปรือทัดเทียมกันกับข้า…แต่เพราะพวกเราเป็นผู้ฝึกมาร จึงถูกตราผนึกมารสะกดพลังอำนาจทุกทาง! หากพวกเรามิใช่ผู้ฝึกมาร คิดฆ่าตัวบัดซบนั่นคงง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ!!”
“มันเป็นใคร!?”
อ๋องเฉียนกล่าวถามด้วยสายตาร้อนรุ่ม
สำหรับมันแล้วผู้ฝึกตนในขอบเขตครึ่งก้าวเซียนไม่ใช่ปัญหาของมันแม้แต่น้อย ไม่มีอะไรให้มันกังวลเลยด้วยซ้ำ!