ทว่าไม่นานซือถูหมิงก็ค้นพบความผิดปกติดังกล่าว
อันที่จริงแล้วมันไม่ได้กลัวเรื่องที่ซือถูโฮ่วจะตามไปคุ้มครองต้วนหลิงเทียนแม้แต่น้อย เพราะอย่างไรก็แค่ซือถูโฮ่วคนเดียว
ถึงเวลานั้นมันเพียงนำกำลังคนในฝ่ายมันไปด้วยสักคน ซึ่งเป็นผู้อาวุโสที่มีพลังฝีมือทัดเทียมกับซือถูโฮ่ว ก็เป็นไปไม่ได้แล้วที่ซือถูโฮ่วจะรับมือเซียนที่มีพลังฝีมือทัดเทียมถึงสองคนได้พร้อมๆกัน
“เรื่องนี้เป็นเพราะวัตถุประสงค์ในการไปเยือนนิกายของต้วนหลิงเทียนพรุ่งนี้…”
อาวุโสที่เร่งเข้ามารายงานกล่าวสืบต่อ “จากข่าวที่ข้าได้ยินมา ดูเหมือนพรุ่งนี้ต้วนหลิงเทียนจะพาชายผู้หนึ่งที่เป็นบิดาของแม่นางเฟิ่ง ไปเยี่ยมญาติที่นิกายอัคคีล่องลอย”
“บิดาของแม่นางเฟิ่ง?”
หน้าซือถูหมิงจมลงโดยพลัน “นี่มันเรื่องอันใดกันแน่?”
“กล่าวกันว่า คนที่ต้วนหลิงเทียนพากลับมายังตระกูลซือถูวันนี้ หนึ่งในนั้นกลับเป็นบิดาบังเกิดเกล้าของแม่นางเฟิ่ง”
อาวุโสคนเดิมยังกล่าวสืบต่อ “แต่ข้าคิดว่าเรื่องนี้สมควรเป็นข่าวลวง…เพราะแม่นาเฟิ่งก็มีชื่อเสียงในประเทศฝูเฟิงมานาน ข้ามิยักกะเคยได้ยินเรื่องบิดาของนางสักครั้ง!”
“เฮอะ! ไหนเจ้าลองบอกข้าทีว่าเจ้าเคยได้ยินเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างแม่นางเฟิ่งกับต้วนหลิงเทียนมาก่อนหรือไม่?”
ซือถูหมิ่งแค่นคำออกมาเสียงเย็น
อาวุโสของตระกูลซือถูผู้นั้นพอได้ยินก็เงียบปากไปทันที