“ท่านผู้นำตระกูล น้ำใจนี้ของท่านข้าขอรับไว้ด้วยใจแล้ว แต่เรื่องนี้ท่านไม่จำเป็นต้องลำบากหรอก”
ต้วนหลิงเทียนส่ายหัวไปมาด้วยรอยยิ้มบางๆ ก่อนที่จะกล่าวออกพร้อมประกายตาสดใส “ตราบใดที่ท่านช่วยกระจายข่าวเรื่องวัตถุประสงค์การเดินทางไปเยือนนิกายอัคคีล่องลอยของข้าครั้งนี้ออกไป ต่อให้ฝ่ายซือถูหมิงมันจะมีความกล้ามากกว่านี้อีกร้อยเท่า พวกมันก็ไม่กล้าลงมือเด็ดขาด!”
“วัตถุประสงค์การเดินทางหรือ? เป็นวัตถุประสงค์อันใดหรือท่าน?”
คล้ายจะถูกความเชื่อมั่นของต้วนหลิงเทียนทำให้คล้อยตามก็ไม่ปาน ซือถูฮ่าวอดไม่ได้ที่จะกล่าวถามออกมาด้วยความอยากรู้
ซือถูหังเองก็มองจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน
“ลุงเฟิ่งของข้าไม่ใช่ผู้ไร้หัวนอนปลายเท้า แต่ท่านคือบิดาของแม่นางเฟิ่งแห่งนิกายอัคคีล่องลอย! พวกท่านเพียงกระจายข่าวว้าข้ากับลุงเฟิ่งจะไปเยี่ยมญาติที่นิกายอัคคีล่องลอย ทั้งเผยแพร่ออกไปว่าลุงเฟิ่งคือบิดาของแม่นางเฟิ่ง…คราวนี้ข้าเองก็อยากจะรู้นัก…ว่าพวกมันยังจะกล้าลงมืออีกหรือไม่”
ต้วนหลิงเทียนยิ้มบางๆ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
คำพูดประโยคนี้ของต้วนหลิงเทียน ยามดังในหูของพ่อลูกตระกูลซือถู ประหนึ่งห่าระเบิดถล่มลงมาก็ไม่ปาน ถึงขั้นที่พวกมันตะลึงลานกันไปแล้ว
“คุณชายเฟิ่งผู้นั้น…กะ…กลับเป็นถึงบิดาของแม่นางเฟิ่ง!?”
ซือถูหังตกใจนัก สองตาของมันยังเบิกโพลงออกมาแทบถลนเบ้าปานลูกวัวแรกเกิด