“แม้ตอนนั้นฝ่ายพวกเราสามารถปราบนิกายหยินหมิงได้ แต่ต้องได้รับผลกระทบไม่น้อย เผลอๆขุมพลังของพวกเราอาจจะถูกลดลงเป็นขุมพลังชั้น 7 ที่อ่อนแอ ก็เป็นได้”
ซือถูหังกล่าวออกมาหน้าเครียด
“เป็นแบบนี้นี่เอง…”
หลังจากที่ได้ยินคำอธิบายของซือถูหัง ใบหน้าถมึงทึงของต้วนหลิงเทียนก็พอได้ผ่อนคลายลงมาหน่อย หากเป็นเพราะสาเหตุนี้ ทีท่าของซือถูหังก่อนหน้าก็ไม่นับว่าแปลกอะไร
“เช่นนั้นหมายความว่า ถึงเจ้าจะไปหารือเรื่องนี้กับบิดา ก็ไม่แน่ว่าตระกูลซือถูจะช่วยข้าได้สินะ?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถาม
“ท่านปรมาจารย์ต้วน ข้าย่อมอยากช่วยเหลือท่านยิ่ง…กระทั่งท่านพ่อเองก็สมควรคิดไม่ต่างจากข้า อย่างไรก็ตามบิดาข้าจำต้องคำนึงถึงภาพรวม บางทีท่านพ่อข้าอาจหาวิธีช่วยเหลือสหายของท่านให้ออกจากนิกายหยินหมิงได้ โดยไม่ต้องกระตุกหนวดซือถูหมิง”
ซือถูหังกล่าวออกมาด้วยทีท่าขออภัย
“คนกว่า 9 ใน 10 ส่วนของนิกายหยินหมิงล้วนเป็นผู้ฝึกมาร พวกมันย่อมมีความรุนแรงเป็นทุน…เป็นการดีที่สุดที่ไม่อาจยืดถ่วงเวลาในการจัดการเรื่องนี้เพราะสหายกับศิษย์พี่ของท่านอาจเป็นอันตรายได้ทุกเมื่อ ข้าจะเร่งไปหารือกับบิดาเดี๋ยวนี้!”
ซือถูหังกล่าว และคิดจะไปหาบิดาของมันทันที
“ช้าก่อน!”
ทว่าต้วนหลิงเทียนกับกล่าวหยุดซือถูหมิงเอาไว้ สองตายังทอประกายเรืองขึ้นมาวูบหนึ่ง ถามว่า “เมื่อครู่ท่านบอกข้าว่า…คน 9 ใน 10 ส่วนของนิกายหยินหมิงเป็นผู้ฝึกมารงั้นเหรอ?”