ต้วนหลิงเทียนไม่ได้ปิดบังอะไร และบอกเรื่องราวที่ศิษย์พี่และสหายของเขาออกไปโดยตรง ว่าตอนนี้ทั้งหมดถูกนิกายหยินหมิงจับตัวเอาไว้ และยังถูกบังคับให้ลายเป็นทาส “ในเมื่อนิกายหยินหมิงเป็นขุมพลังชั้น 7 ด้วยพลังฝีมือของข้าตอนนี้คิดจะช่วยเหลือพวกศิษย์พี่คงยากจะเป็นไปได้…ซือถูหัง ท่านกับบิดาพอจะช่วยเหลือข้าเรื่องนี้ได้หรือไม่?”
“หากพวกท่านสามารถช่วยเหลือศิษย์พี่และสหายของข้าได้ ถือว่าข้าติดหนี้บุญคุณท่าน!”
วาจาท้ายประโยคต้วนหลิงเทียนยังกล่าวออกด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมจริงจัง
หายากนักที่ต้วนหลิงเทียนจะยินดีติดหนี้บุญคุณผู้อื่น เพราะสุดท้ายแล้วหนี้บุญคุณก็เป็นอะไรที่ยากจะชดใช้ตอบแทน
อย่างไรก็ตามวันนี้เรื่องราวมันเกี่ยวพันถึงความปลอดภัยของศิษย์พี่และเหล่าสหายของเขา จึงไม่ขัดข้องหากจะติดค้างใคร
“นิกายหยินหมิง…”
หลังจากได้ยินคำของต้วนหลิงเทียน สองตาซือถูหังทอประกายเรืองขึ้นมาวูบหนึ่ง ค่อยกล่าว “ท่านปรมาจารย์ต้วน หากไม่ใช่นิกายหยินหมิงแต่เป็นขุมพลังชั้น 7 อื่นๆ ต่อให้มันจะแข็งแกร่งกว่านิกายหยินหมิง ข้าสามารถตอบรับคำขอท่านได้ทันที…อย่างไรก็ตามหากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับนิกายหยินหมิงจริงๆ ข้าต้องไปหารือกับท่านพ่อก่อน เพื่อให้ท่านพ่อตัดสินใจ”
ทันทีที่ซือถูหังกล่าวประโยคนี้ออกมา คิ้วต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะขมวดเป็นปม
เขารู้สึกได้ทันทีว่าซือถูหังกำลังหลีกเลี่ยง!