สื่ออวิ๋นที่คิดกล่าวโน้มน้าวเพิ่มเติม แต่พอเห็นสีหน้าแววตาเด็ดเดี่ยว นางก็ไม่คิดจะเปลืองลมหายใจกล่าวอะไรสืบต่อ
นางรู้ดีว่าสายตาของต้วนหลิงเทียนหมายความว่าอย่างไร ให้นางโน้มน้าวอีกฝ่ายให้ตาย อีกฝ่ายก็ไม่ยอมเป็นศิษย์ของนาง
จังหวะนี้นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังในใจ
อย่างไรก็ตามแม้จะผิดหวัง แต่นางก็ไม่คิดบังคับฝืนใจใคร
“เจ้าไม่ยอมรับข้าเป็นอาจารย์ก็ได้ไม่มีปัญหา”
ครู่หนึ่งสื่ออวิ๋นคล้ายตัดสินใจครั้งใหญ่อะไรได้ จึงกล่าวออกมาชัดถ้อยชัดคำ “แต่ตราบใดที่เจ้าเข้าร่วมนิกายอัคคีล่องลอย เจ้ามิจำเป็นต้องนับถือผู้ใดกระทั่งข้าเป็นอาจารย์ แต่ข้ายังจะสนับสนุนทรัพยากรบ่มเพาะที่ดีที่สุดให้เจ้า…แน่นอนว่าหากเปลี่ยนใจ เจ้าสามารถเป็นประมุขของนิกายอัคคีล่องลอยได้ทุกเมื่อ”
เห็นได้ชัดว่าสื่ออวิ๋นก็ให้ความสำคัญของพลังฝีมือของต้วนหลิงเทียนอย่างแท้จริง
“ท่านประมุขสื่ออวิ๋นน้ำใจนี้ของท่านข้าทำได้แค่รับไว้ด้วยใจ แต่ข้าต้องขออภัยท่านด้วย เพราะข้าเกรงว่าข้าคงมิอาจทำตามข้อเสนออันดีของท่านได้…ข้าเองก็ไม่ได้คิดจะรั้งอยู่ที่ประเทศฝูเฟิงนานนัก”
ต้วนหลิงเทียนยังคงกล่าวปฏิเสธออกมาอีกครั้งอย่างสุภาพ
สื่ออวิ๋นที่ได้ยินคำตอบของต้วนหลิงเทียนเพียงขมวดคิ้วอยู่ย่นไปพักหนึ่งค่อยคลายลงทั้งพยักหน้า