เช่นนั้นแล้วพวกมันจึงขอตัวลาจากไปเพื่อความเหมาะสม
หลังจากที่ซือถูหังและซือถูโฮ่วจากไป ในห้องอาหารก็หลงเหลือแค่เพียงสื่ออวิ๋น ต้วนหลิงเทียนและเฟิ่งเทียนหวู่ 3 คน
“ข้าต้องขอขอบคุณประมุขสื่ออวิ๋นที่ช่วยดูแลเทียนหวู่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา”
ต้วนหลิงเทียนลุกขึ้นประสานมือกล่าวกับสื่ออวิ๋นด้วยรอยยิ้มจากใจ
“เทียนหวู่เป็นศิษย์ข้า แน่นอนว่าข้าต้องดูแลนางอย่างดี…แล้วเจ้าเล่า ที่แท้เป็นอันใดกับเทียนหวู่กันแน่ถึงได้ขอบคุณข้าแทนนาง?”
สื่ออวิ๋นมองต้วนหลิงเทียนด้วยความสนใจ ค่อยเอ่ยถามออกไปเสียงเบา
ได้ยินคำถามนี้ของสื่ออวิ๋น ต้วนหลิงเทียนก็นิ่งไปทันที
ว่าแต่ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเทียนหวู่คืออะไรกันแน่?
เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่แค่เพื่อนอีกต่อไป หากเป็นแค่เพื่อนไหนเลยจะเสียอาการและยินดีขนาดนั้นเมื่อได้พบหน้ากันอีกครั้ง?
หรือจะให้เขาปฏิบัติต่อเทียนหวู่ในฐานะน้องสาว?
ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แล้ว!
ในอดีตเขายังกล่าวได้ว่าเคยยึดถือเฟิ่งเทียนหวู่เสมือนน้องสาวคนหนึ่ง…หากแต่ด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด และเป็นนางที่ยินดีสละกระทั่งชีวิตเพื่อช่วยเหลือเขา การเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าคว่ำดินพลันบังเกิดขึ้นในใจ แค่เขายังไม่อาจยอมรับมันได้ในเวลาสั้นๆเท่านั้น
หลังจากที่พบเจอเฟิ่งเทียนหวู่อีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานปี เขาจึงไม่อาจระงับความรู้สึกในใจได้อีกต่อไป
แน่นอนว่าเขายังไม่คิดจะเปิดเผยความในใจออกไปตอนนี้