ด้วยเหตุนี้นางจึงคิดดึงตัวต้วนหลิงเทียนมาเข้าร่วมนิกายอัคคีล่องลอย ชุบเลี้ยงให้กลายเป็นประมุขนิกายคนต่อไป
“น่าเสียดาย…ในเมื่อเขตแดนแม่นางเฟิ่งถูกทำลายเช่นนี้ ก็ไร้หนทางแล้ว เฮ่อ…”
หลายคนเริ่มส่ายหัวและถอนหายใจออกมา
สายตาต่างๆที่หันไปจับจ้องมองต้วนหลิงเทียนตอนนี้ฉายความซับซ้อนไม่น้อย
พวกมันล้วนคิดว่าต้วนหลิงเทียนคงไม่มีทางสู้แม่นางเฟิ่งได้ หากแต่ความจริงเสมือนมือหนาตบฟาดใบหน้าพวกมันดังฉาด!
ถึงแม้หลายคนยังข้องใจและคิดว่าแม่นางเฟิ่งอาจจะออมมือให้ต้วนหลิงเทียน หากแต่ด้วยความที่ขอบเขตเซียนทั้งหลายต่างกล่าวกันว่าแม่นางเฟิ่งลงมือสุดตัวแล้ว พวกมันจึงไม่อาจกล่าวอะไรได้อีก…หลังจากทั้งหมดแล้วพวกมันก็แค่สงสัย…สายตาพวกมันจะสู้ตัวตนในขอบเขตเซียนได้หรือ?
“นอกเหนือจากเขตแดน ปราณแท้ก่อลักษณ์สรรพสัตว์ของแม่นางเฟิ่งก็ทรงพลังยิ่ง..ฮึ่ม! หากต้วนหลิงเทียนมิใช้เขตแดน ย่อมไม่มีวันเอาชนะแม่นางเฟิ่งได้!”
“วาจานี้ของเจ้าไม่กล่าวเกินไปหน่อยหรือ…เขตแดนก็เป็นพลังฝีมือย่อยของต้วนหลิงเทียน ไฉนมันถึงมิอาจใช้ได้ นอกจากนี้มันก็มิได้ห้ามแม่นางเฟิ่งมิให้ใช้เขตแดนแต่แรก เพียงแค่เลือกใช้เขตแดนทำลายเขตแดนของนางก็เท่านั้น”
“นั่นสิ! นอกจากจะเป็นผู้ฝึกตนที่ต่ำกว่าขอบเขตสู่เซียนขั้นยิ่งใหญ่ หาไม่แล้วผู้ใดจะหวังพึ่งปราณแท้ก่อลักษณ์สรรพสัตว์?”