แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม วาจาเปิดประเด็นนี้ของไป๋หยินจากนิกายคงเฉิน ก็ทำให้บรรยากาศโดยรอบเวทีประลองเปลี่ยนไปทันใด ผู้คนมากกว่า 9 ส่วนล้วนหันไปจับจ้องต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาแปลกๆ คล้ายต้วนหลิงเทียนจะเป็น ‘ไอหนุ่มหน้าขาว’ ที่ต้องพึ่งพาบารมีสตรีแล้วจริงๆ
เนื่องจากวาจาและท่าทีเย็นเยียบที่เฟิ่งเทียนหวู่มองถามไป๋หยินจากนิกายคงเฉิน จึงทำให้ไม่มีผู้ใดหาญกล้ากล่าวแซวอะไรต้วนหลิงเทียนในเรื่องนี้ออกมา
หากแต่สายตาของพวกมันนั้นไม่ได้ถูกจำกัด
พวกมันต่างมองต้วนหลิงเทียนด้วยสายตาเย้ยเยาะ คล้ายอยากจะรู้นักว่าต้วนหลิงเทียนจะทำอย่างไร!
ท่ามกลางสายตาของทุกผู้คน ต้วนหลิงเทียนเพียงปรายตามองไปรอบๆอย่างไร้แยแสรอบหนึ่ง ค่อยหันไปยิ้มกล่าวกับเฟิ่งเทียนหวู่ “เทียนหวู่ การประลองวันนี้เจ้าไม่ต้องยอมแพ้หรอก…ไหนๆพวกเราก็ไม่ได้เจอกันหลายปีแล้ว ให้พี่ใหญ่ต้วนชมดูฝีมือเจ้าหน่อยว่าก้าวหน้าไปถึงขนาดไหนแล้ว…”