“ผู้เฒ่าคนนั้นน่ะหรือ ซือถูโฮ่ว ยอดฝีมือขอบเขตเซียนที่ร่ำลือกันของตระกูลซือถู”
“เช่นนั้นชายหนุ่มในชุดม่วงคนนั้น ก็คือ ท่านต้วน ที่เป็นแขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถูงั้นสิ!?”
……
เหล่าศิษย์นิกายอัคคีล่องลอยเริ่มสนทนาออกความเห็นกันดังระงม ลูกตาของพวกมันทั้งหมดล้วนจับจ้องไปยังร่างในชุดสีม่วง ในแววตายังเต็มไปด้วยความดูแคลนสงสัย
นี่น่ะเหรอ…คนที่หาญกล้าท้าทายแม่นางเฟิ่งแห่งอัคคีล่องลอยที่ติดอันดับที่ 23 ในรายนามนภาของพวกมัน!?
“เฮอะ! เห็นมันหน้าละอ่อนเช่นนี้ น่ากลัวว่าอายุที่แท้จริงคงปาเข้าไป 70-80 แล้ว!”
“เฒ่าชรากลับกล้ามาท้าแม่นางเฟิ่งของพวกเรา ช่างไม่มีความละอายใจเสียจริง!”
“สำหรับคนบางคนหากมิได้รับบทเรียนเจ็บๆสักคราๆ ก็คงไม่รู้ว่าไฉนกุหลาบถึงมีสีแดง…ข้าอยากเห็นนักว่าหลังมันถูกแม่นางเฟิ่งทุบตี มันจักทำหน้าอย่างไร”
……
ในถ้อยวาจาของเหล่าศิษย์นิกายอัคคีล่องลอย เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครดูดีต้วนหลิงเทียนเลย
อันที่จริงเรื่องนี้ก็นับว่าเป็นธรรมดา เพราะสำหรับพวกมัน ท่านต้วน แขกกิตติมศักดิ์ของตระกูลซือถูผู้นี้ อยู่ๆก็โผล่มาอย่างไร้ชื่อเสียงเรียงนาม ที่สำคัญพวกมันยังมั่นใจในตัว แม่นางเฟิ่ง ของพวกมันมาก
เสียงสนทนากระซิบกระซาบของเหล่าศิษย์นิกายอัคคีล่องลอยแม้จะไม่ได้ดังอะไร แต่ต้วนหลิงเทียนย่อมได้ยินชัดเจน เพราะเขาได้ทะลวงเปิดชีพจรเซียนจุดหูครบหมดสิ้นแล้ว
อย่างไรก็ตามเขาไม่สนใจ