ตอนนี้เขาอยู่ในสถานที่อันไม่คุ้นเคย อันเป็นเรือนรับแขกของนิกายอัคคีล่องลอย อีกทั้งผู้อาวุโสของนิกายก็จะมาพบเขาในวันพรุ่งนี้ จึงไม่ได้เข้าไปบ่มเพาะพลังในเจดีย์หลิงหลง 7 สมบัติแต่อย่างใด
เวลาค่อยๆไหลผ่านไปอย่างเงียบงัน ฟ้าก็เริ่มหม่นแสงลงไปทุกขณะ
ยามเย็นที่นิกายอัคคีล่องลอย เมื่อตะวันเจียนลับขุนเขา แสงสุดท้ายก็ย้อมชโลมแผ่นฟ้าให้กลายเป็นแดงฉานปานโลหิต ให้บรรยากาศวังเวงชอบกล
“คุณชายใหญ่ตระกูลซือถู สหายเก่ามาเยือนถึงที่ทั้งที เจ้ามิคิดจะออกมาต้อนรับกันหน่อยหรือ!?”
ทันใดนั้นเสียงแหบๆปานเป็ดหนึ่งพลันดังขึ้นก้องเรือนรับแขก ยังแฝงเร้นไปด้วยปราณแท้ทำให้ต้วนหลิงเทียนได้ยินชัดเจน แน่นอนว่าต้องรบกวนการบ่มเพาะของเขา!
จังหวะนี้ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
เพียงแค่ฟังจากเสียงดังกล่าว เขาก็รู้ว่าผู้มาไม่ได้มีเจตนาดีแน่
“ตัวบัดซบไหนอีก?”
จากที่ฟังก็ทราบว่า อีกฝ่ายสมควรมาหาซือถูหัง ต้วนหลิงเทียนพลันลุกขึ้นและเดินออกไปจากห้องทันที
พอดีกันกับได้เห็นซือถูหังกำลังออกจากห้องมาด้วยสีหน้ามืดมน
“ท่านปรมาจารย์ต้วน”
พอได้เห็นต้วนหลิงเทียน เดิมซือถูหังที่มีสีหน้ามืดมนก็กลายเป็นแจ่มใสออกมาทันใด เร่งกล่าวทักทายออกมา
“ข้างนอกเหมือนจะมีคนมาหาท่านนะ”
ต้วนหลิงเทียนกล่าว