เพราะมองแค่ปราดเดียวต้วนหลิงเทียนก็บอกได้ว่าอีกฝ่ายสมควรเป็นนายน้อยจากตระกูลร่ำรวย ท่าทีหยิ่งผยองถือดีคล้ายไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตา เรียกว่าคงใช้ชีวิตสุนัขไปวันๆ
ต้วนหลิงเทียนมักรำคาญคนแบบนี้
“ฟ่งเหิน ระหว่างเจ้ากับข้ามีเรื่องราวกันมามิใช่แค่วัน 2 วัน…หากมีแต่ข้าคนเดียวเจ้าจะใช้ปากสุนัขของเจ้าเห่าให้ดังเพียงใดก็ได้ แต่วันนี้เจ้ากลับกล้ารบกวนปรมาจารย์ต้วน!”
ซือถูหังมองไปยังชายหนุ่มที่แลดูถือดีด้วยสายตาดุร้าย กล่าวออกด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ยังไม่รีบมาขอขมาปรมาจารย์ต้วนอีก”
“ปรมาจารย์ต้วน?”
เผชิญหน้ากับท่าทีเอาเรื่องของซือถูหัง ชายหนุ่มนามฟ่งเหินในชุดหรูหราพลันหัวเราะออกมา ก่อนที่จะหันมาให้ความสนใจต้วนหลิงเทียน “ปรมาจารย์ต้วน? ไอ้หนูนี่น่ะเหรอ? ซือถูหังนี่เจ้าล่อข้าเล่นรึไง? แลดูอย่างไรมันก็เด็กน้อยขนอุยชัดๆ แต่เจ้ากลับให้ความเคารพเสียยิ่งกว่าบิดา ใช่เจ้าคิดรับไอ้หนูนี่เป็นบิดาเลยหรือไม่เล่า?”
“ข้าล่ะมิอยากจะเชื่อเลยจริงๆ ว่าคุณชายใหญ่ตระกูลซือถูกลับมีงานอดิเรกพิลึกพิลั่นเช่นนี้…ฮ่าๆๆๆ!!”
ฟ่งเหินกล่าวจบก็หัวเราะเยาะออกมาดังลั่น
ต้องกล่าวเลยว่าวาจาของมันนั้นหาเรื่องผู้คนไม่น้อย
“ฟ่งเหิน เจ้าเบื่อชีวิตสุนัขของเจ้ามากนักเหรอ!?”
ได้ยินวาจาเย้ยเยาะของฟ่งเหินซือถูหังก็ไม่อาจทานทนไหวสืบไป พลันตะโกนออกไปด้วยโทสะ ร่างยังเริ่มสั่นไปด้วยความโกรธทั่วกายปะทุออกมาด้วยปราณแท้!