ได้ยินวาจาหาทางลงของตี้ชาน ต้วนหรูเฟิงยังไม่คลายพลังแต่อย่างไร เพียงกล่าวถามออกไปด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
และวาจานี้ของต้วนหรูเฟิง ทำให้ตี้ชานอับอายไม่น้อย
ยังดีที่ตอนนี้มันอยู่ในรูปลักษณ์มังกรเทพยาดาสีทอง 5 กรงเล็บยาวกว่า 1,000 หมี่ จึงไม่อาจมีใครเห็นถึงสีหน้าที่เปลี่ยนไป
ครู่ต่อมาร่างมังกรยาวนับพันหมี่ของตี้ชาน ก็ทอแสงสว่างวาบคราหนึ่ง ก่อนที่จะจำแลงกายเป็นมนุษย์อีกครั้ง ร่างชายชราในชุดคลุมสีทองลอยเด่นกลางหาว ที่เคนสง่างามเผยแรงกดดันออกมาไม่น้อยยามนี้แลดูอ่อนลงหลายส่วน
การที่มังกรเทพยาดาสีทอง 5 กรงเล็บยาวกว่าพันหมี่หายไป ย่อมทำให้เงาทะมึนที่ฉาบปกคลุมเผ่าพันธุ์มังกรสลหายหาย แสงตะวันพลันสาดส่องลงมาอีกครั้ง
“มิได้ต่อสู้กัน!”
จังหวะนี้คนของเผ่าพันธุ์มังกรที่สังเกตการณ์อยู่ห่างไกล พอได้ระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ถึงแม้ใจหนึ่งพวกมันก็อยากเห็นการปะทะกันระหว่างจ้าวตำหนักเมฆาครามที่เลื่องลือกับผู้นำของพวกมัน แต่อีกใจก็ไม่ยินดีที่จะเห็นเผ่าพันธุ์มังกรย่อยยับวอดวายเพราะผลพวงจากการปะทะ!
“จ้าวตำหนักต้วน ท่านช่วยไว้หน้าผู้อื่นบ้าง”
ในขณะที่ตี้ชานหวนคืนสู่ร่างมนุษย์และคล้ายจะตกอยู่ในสถานะกล้ำกลืนนั้นเอง พลันมีเสียงหนึ่งแว่วดังมาตามสายลมยากระบุทิศทางปานเสียงกระซิบของภูตผี
“หืม?”
ได้ยินเสียงนี้ต้วนหรูเฟิงขมวดคิ้วทันที เพราะเสียงนี้นับว่าคุ้นหูนัก หากแต่ยังไม่อาจนึกออกได้ทันที