‘เสียงลือว่าจ้าวตำหนักเมฆาครามต้วนหรูเฟิงผู้นี้แม้จะพึ่งผงาดขึ้นมายึดครองตำหนักเมฆาคราม แต่พลังฝีมือมิได้ด้อยไปกว่าท่านผู้นำ…บัดซบข่าวลือล้วนเหลวไหลทั้งเพ! พลังฝีมือมันเหนือกว่าที่ลือกันไว้หลายขุม!!’
เฉวี่ยฉานตะลึงลาน ในใจยังอดไม่ได้ที่จะบังเกิดความหวาดกลัว
อย่างไรก็ตามพอคิดถึงเรื่องที่ต้วนหรูเฟิงเมินไม่เห็นหัวมัน ทั้งไม่ไว้หน้าเผ่าพันธุ์มังกรแม้แต่น้อย ทำให้เฉวี่ยฉานบังเกิดโทสะขึ้นมาทันที “จ้าวตำหนักต้วนท่าน…”
เฉวี่ยฉานที่คิดจะหยุดต้วนหรูเฟิง พลันถูกร่างในชุดคลุมลมดำหนึ่งพุ่งมาขวางเอาไว้ก่อน
“เฉวี่ยฉาน ไม่เห็นเจ้าหลายปี ให้ข้าดูหน่อยปะไร ว่าเจ้าก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว…”
ผู้ที่หยุดเฉวี่ยฉานย่อมเป็นกู่มี่
ร่างกายผอมแห้งในชุดคลุมลมดำ แววตาสีโคลนทอประกายเย็นเยือก มุมปากแสยะยิ้ม มือหนึ่งถือไม้เท้าควงไปมา อีกมือหักนิ้วเล่นดังกล็อกๆ ให้บรรยากาศราวกับคนพร้อมมีเรื่องได้ทุกเวลา พาลให้เฉวี่ยฉานตาขวางไปทันใด
หากมีเพียงกู่มี่คนเดียว เฉวี่ยฉานคงพุ่งไปรบกันให้รู้เรื่องแล้ว…
อนิจจาตอนนี้จุดประสงค์มันเพียงแค่คิดขัดขวางต้วนหรูเฟิง…แต่ในเมื่อทำไม่ได้ เช่นนั้นมันยังจะลงมือให้เจ็บตัวทำอะไร?
มันเลยไม่ได้บ้าจี้ลงมือกับกู่มี่
‘ไปหาท่านผู้นำ!’
ตอนนี้เรื่องเดียวที่เฉวียฉานคิดได้ก็มีเท่านี้ เพราะคนเดียวในเผ่าพันธุ์มังกรที่มีพลังสามารถพอจะหยุดต้วนหรูเฟิงได้ ก็มีแค่ผู้นำเผ่าพันธุ์มังกรคนเดียวเท่านั้น!