ในฐานะที่เป็นตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งในเมืองหลวงฝูเฟิง อาณาบริเวณของตระกูลซือถูนับว่ากว้างใหญ่ไพศาลนัก ไม่ได้ด้อยไปกว่าสำนักจันทร์จรัสแสงด้วยซ้ำ
ต้องทราบด้วยว่าสำนักจันทร์จรัสแสงนั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ป่าเขา…
หากแต่ตระกูลซือถูกลับตั้งอยู่ในเมือง ซึ่งที่ดินมีค่ายิ่งกว่าทองเสียอีก!
เพราะอย่างไรเสียสายแร่หินเซียนระดับ 6 ที่ราชวงศ์ฝูเฟิงควบคุมอยู่ก็อยู่ในเมืองแห่งนี้ นั่นทำให้สภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะของเมืองหลวงเป็นอะไรที่ดีมาก…อีกทั้งที่ตระกูลซือถูก็มีสายแร่หินเซียนระดับ 7 ทำให้สภาพแวดล้อมในการบ่มเพาะของเขตตระกูลซือถูยังเหนือกว่าสำนักจันทร์จรัสแสง!
(เผื่อลืม มีสายแร่ย่อมดีกว่าชีพจรวิญญาณ เพราะชีพจรวิญญาณที่สั่งสมพลังนานๆจะกลายเป็นสายแร่ ให้ขุดหินเซียนอะไรมาใช้ได้)
เมื่อมาถึงหน้าประตูใหญ่ของตระกูลซือถู ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวแจ้งกับผู้เฝ้าประตูว่ามาด้วยเหตุอะไร คนเฝ้าประตูจึงรีบกลับเข้าไปรายงานด้านในทันที
ครู่ต่อมาก็ปรากฏชายชราเร่งรุดออกมา ผู้ที่ไปแจ้งก็ติดสอยห้อยตามมาด้านหลัง
ชายชราคนนี้แลดูรูปร่างธรรมดา หากแต่ประกายตากลับแหลมคมเผยไหวพริบไม่น้อย มองปราดเดียวก็บอกได้ทันทีว่าไม่ใช่ชนชั้นต่ำทราม
“เจ้ามั่นใจหรือ?”
ทันทีที่ชายชราออกมาก็ไม่ได้กล่าวทักทายอะไรให้มากความ จับจ้องมองต้วนหลิงเทียนเขม็งแล้วเปิดประตูเห็นภูผากล่าวถามออกมาทันที พยายามยืนยันว่าต้วนหลิงเทียนมั่นใจจริงหรือไม่