ไม่ว่าจะเป็นทวีปเมฆาล่องหรือดินแดนเทพยุทธ์เซียนเต๋า สถานที่ๆมีชีวิตชีวาที่สุด หากไม่ใช่เหลาอาหารก็ต้องเป็นหอนางโลม และคิดหาข่าวจะดีที่สุดหากเข้าเหลาอาหาร
เขาไม่ได้มาเมืองหลวงแห่งนี้อย่างมั่วซั่ว เขามาเพราะมีเป้าหมายสำคัญ
นั่นคือหาข่าวของป๋ายลี่หงและเฟิ่งหวู่เต้า ว่ามาถึงแล้วหรือยัง
ประการที่สองเขาคิดมาสืบหาว่า…หานเฉวี่ยไน่ที่แท้มีความเป็นมาอย่างไรกันแน่ ในเมืองหลวงนี้เขาน่าจะพบคำตอบนั้นได้!
‘เฉวี่ยไน่นี่ก็จริงๆเลย นางไม่เคยบอกข้าว่าตระกูลหานของนางเป็นขุมพลังชั้นใด…คิดตามหาตัวนางตอนนี้ ก็ไม่รู้จะเริ่มหาจากที่ไหนอยู่บ้าง’
ต้วนหลิงเทียนทอดถอนใจ
เบาะแสที่หานเฉวี่ยไน่ทิ้งไว้ให้เขาก็มีแค่หินเซียนระดับ 4 กับระดับ 5 เท่านั้น รวมถึงแซ่ของนางคือหาน
ต้วนหลิงเทียนคิดตามหาหานเฉวี่ยไน่นั้น ไม่ใช่เพราะคิดหาคนหนุนหลัง ถึงแม้เขาจะรู้ดีว่าขุมพลังเบื้องหลังหานเฉวี่ยไน่ไม่ธรรมดา แต่เขาก็ไม่คิดจะพึ่งพาแต่อย่างใด
จุดประสงค์ของเขาคือหาตัวคู่หมั้นอย่าง ลี่เฟย ต่างหาก
‘จากการประเมินเบื้องต้น ตระกูลหานของเฉวี่ยไน่สมควรเป็นขุมพลังชั้น 5…’
จากข้อมูลที่ต้วนหลิงเทียนมี ต้วนหลิงเทียนจึงพอคาดเดาขุมพลังของสกุลหานได้ ‘มาเมืองหลวงฝูเฟิงครั้งนี้ ข้าต้องสืบให้รู้ชัด’
ผ่านไปสักพัก สุราอาหารที่ต้วนหลิงเทียนสั่งไปก็ยกมาจัดวางแล้วเช่นกัน
ในขณะเดียวกันผู้คนก็ทยอยกันเข้าออกเหลาอาหารกันหนาตา