ยิ่งไปกว่านั้นในประเทศฝูเฟิงนอกจาก 3 ตระกูลใหญ่ที่ว่า ก็ยังมีขุมพลังชั้น 6 อื่นๆอยู่อีก…พอเทียบที่นี่กับเขตปกครอง 9 พันธมิตรแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็ตระหนักได้ว่าที่นั่นมันล้าหลังและกันดารเพียงใด ยังรู้สึกว่าตัดสินใจถูกแล้วที่มาที่นี่
“สหายปิง เจ้าได้ยินเรื่องนี้แล้วหรือไม่? เห็นว่าคุณชายใหญ่ของตระกูลซือถูอาการทรุดลงไปอีกแล้ว…น่ากลัวจะอยู่ไม่พ้นสิ้นเดือนนี้แล้วล่ะ เฮ่อ…”
ทันใดนั้นชายวัยกลางคนร่างผอมที่นั่งอยู่ใกล้ๆโต๊ะต้วนหลิงเทียนก็กล่าวออกมา น้ำเสียงแววตายังเผยความเศร้าออกมาไม่น้อย อีกทั้งยังพยายามกระซิบกล่าวกับสหายด้วยเสียงเบาปานจั๊กจั่นกระพือปีกด้วยกลัวจะมีผู้ใดเผลอมาได้ยิน
หากต้วนหลิงเทียนไม่ได้ทะลวงเปิดจุดชีพจรเซียน 18 จุดหลัง อันเป็นชีพจรส่วนหูล่ะก็ เขาคงไม่สามารถได้ยินการกระซิบครั้งนี้ได้ ต่อให้จะบรรลุสู่เซียนขั้นยิ่งใหญ่แบบนี้ก็ตามที
หากแต่ตอนนี้ต้วนหลิงเทียนได้ยินชัดแจ๋วแหวว
‘ตระกูลซือถู?’
ต้วนหลิงเทียนที่ได้ยินสน้ำเสียงสลดของคนนอกกล่าวถึงตระกูลหนึ่งแบบนี้ย่อมบังเกิดความสนใจไม่น้อย จึงอยากรู้ว่าตระกูลซือถูเป็นอย่างไร ไฉนถึงมีคนอาลัยให้เช่นนี้ และไม่นานเขาก็นำข้อมูลคร่าวๆของตระกูลซือถูจากหลายๆโต๊ะมาประติดประต่อกัน