อย่างไรก็ติดค้าง
อย่างไรก็ตามการเดินทางข้ามทะเลทรายอันกว้างใหญ่สุดไพศาลโดยไม่พักและไม่ได้หลับนอนก็ยังสร้างภาระให้ต้วนหลิงเทียนไม่น้อย
มันไม่ใช่ความเหนื่อยล้าทางกาย แต่เป็นทางจิต!
ก่อนที่จะไปหาใครสักคนและถามทาง ต้วนหลิงเทียนจึงเลือกที่จะพักผ่อนก่อน
เขาหลับสนิทไปหนึ่งคืน รุ่งเช้ามาเขาก็เหินร่างมุ่งหน้าขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ
หลังจากที่เหินร่างขึ้นเหนือด้วยความเร็วสูงสุดเป็นเวลาครึ่งชั่วยาม ในที่สุดเขาก็แลเห็นหมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่ง แม้จะห่างไกลแต่ก็ยังเห็นควันไฟลอยล่องออกมาท่าทางจะมีการทำอาหารอะไรไปตามประสา
หมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้ ตั้งอยู่บนทุ่งหญ้าขจีอันกว้างใหญ่ สภาพแวดล้อมและวิวทิวทัศน์นับว่าสบายตาชวนให้ผ่อนคลายไม่น้อย
หลังจากเข้าเขตหมู่บ้านแล้ว ต้วนหลิงเทียนก็โรยตัวลงมาจากฟ้า
ทว่าก่อนที่จะเดินเข้าไปในหมู่บ้าน ก็มีร่างคนพุ่งมาขวางต้วนหลิงเทียนเอาไว้
“เจ้าเป็นใครกัน?”
ผู้ที่ขวางต้วนหลิงเทียนนั้นเป็นชายวัยกลางคนแลดูแข็งแกร่ง 2 คน แววตาเผยความเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ทั้งคู่มองต้วนหลิงเทียนอย่างระวัง
“พี่ชายทั้ง 2 ไม่ต้องกังวล ข้าแค่ผ่านมาและคิดถามทางเท่านั้น”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกด้วยรอยยิ้ม
ขณะเดียวกันเขาก็เปิดใช้เนตรเทวะเพื่อสำรวจพลังฝึกปรือของทั้งคู่ และต่างบรรลุหลุดพ้นมนุษย์ขั้นยิ่งใหญ่กันแล้ว!
ต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ กระทั่งหมู่บ้านเล็กๆแบบนี้กลับมีหลุดพ้นมนุษย์ยิ่งใหญ่!