เมื่อต้วนหลิงเทียนยกมือขึ้น กระบี่นิลสวรรค์ก็ผุดโผล่ออกมาจากความว่างเข้ามือ
พอได้เห็นกระบี่นิลสวรรค์ในมือของต้วนหลิงเทียน สองตาไท่หวู่ก็ลุกวาวขึ้นมาทันใด
“แล้วเจ้าก็ไม่บอกข้าแต่แรก เอาสิ…หากเจ้าอยากได้ข้าก็จะมอบมันให้เจ้า…แต่นั่นเจ้าต้องสามารถใช้มันได้ก่อนนะ”
ต้วนหลิงเทียนโยนกระบี่เบาๆ ก่อนที่จะจับปลายกระบี่เอาไว้แล้วยื่นด้ามกระบี่ไปให้ไท่หวู่ คล้ายคิดมอบกระบี่ให้มันแต่โดยดีแล้วจริงๆ
“ไอ้หนูเจ้าคิดจักทำอันใดกัน?”
เมื่อเห็นว่าต้วนหลิงเทียนกลับให้ความร่วมมือแต่โดยดี ไท่หวู่จึงอดระแวงไปเสียไม่ได้! มันระแวดระวังตัวและไม่คิดเอื้อมมือไปรับกระบี่ต้วนหลิงเทียนอย่างวู่วาม!!
“ข้าจะไปทำอะไรได้เล่า?”
ต้วนหลิงเทียนหัวเราะออกมาเบาๆ “หากข้ามีลูกไม้อะไรคิดใช้ออก ข้าคงไม่มัวมาเสียเวลาพูดเยอะอย่างกับเจ้าหรอกหน่า… เจ้าเองก็เป็นยอดฝีมือขอบเขตเซียนที่ร้ายกาจไม่ใช่รึไง? อย่าบอกว่าเจ้ากลัวจนไม่กล้ารับกระบี่ที่ข้ายื่นให้?”
วาจาท้ายประโยคต้วนหลิงเทียนยังเน้นคำว่า ‘ยื่นให้’ เป็นพิเศษ
ได้ยินวาจานี้ของต้วนหลิงเทียนไท่หวู่พลันคืนสติ และตระหนักได้ว่าทั่วกายของต้วนหลิงเทียนตอนนี้อ่อนแอนัก ไม่น่าจะมีปราณแท้เปิดใช้งานกระบี่ได้อีก
และเป็นอย่างที่ต้วนหลิงเทียนว่า หากมีกลวิธีอันใดไฉนต้องมากล่าววาจาให้มากความ
ก่อนหน้านี้เรื่องที่ต้วนหลิงเทียนใช้กระบี่ฆ่าเฉียนคงอย่างไร มันก็เห็นชัดถนัดตา