ตอนนี้พวกมันยังพบว่าความเคารพนับถือจากเหล่าศิษย์เฝ้าประตูของสำนักจันทร์จรัสแสงยังมาจากใจ!
โดยเฉพาะแววตาที่ทั้งหลายใช้มองต้วนหลิงเทียน นั่นคือแววตาที่ใช้มองผู้แข็งแกร่งที่พวกมันเลื่อมไสคิดเอาเป็นแบบอย่าง
ทุกคนที่มากับต้วนหลิงเทียนอดไม่ได้ที่จะอยากรู้นัก ว่าเวลาแค่ 3 ปีต้วนหลิงเทียนทำอะไรไปบ้างไฉนถึงมีชื่อเสียงและเป็นที่นับหน้าถือตาได้ขนาดนี้
หากพวกมันรู้ว่าต้วนหลิงเทียนพึ่งเข้าสำนักมาได้ปีเดียว ไม่ทราบจะออกอาการอย่างไร
“ศิษย์พี่ต้วน!”
“คารวะศิษย์พี่ต้วน”
“ศิษย์พี่หลิงเทียนท่านสบาย”
……
ระหว่างทางยิ่งมาก็ยิ่งได้ยินคำทักทายมากขึ้นเรื่อยๆ เฟิ่งหวู่เต้าและคนอื่นๆจึงอดไม่ได้ที่จะตกใจแล้ว!
เพราะตั้งแต่ที่ต้วนหลิงเทียนนำทั้งหมดเข้าประตูมาจนเดินมาถึงลานฝ่ายนอก ทุกคนที่เห็นต่างเร่งมาทักทายต้วนหลิงเทียนด้วยความนับถือ กระทั่งยังหันมามองพยักหน้าทักทายพวกมันอย่างดีเช่นกัน
เนื่องจากตอนนี้อารมณ์ของต้วนหลิงเทียนไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่ จึงไม่ได้ยิ้มพยักหน้ากลับ เพียงพยักหน้ารับคำทักทายอย่างเฉยเมยหน้านิ่งเท่านั้น
ไม่นานต้วนหลิงเทียนก็พาเฟิ่งหวู่เต้าและคนอื่นๆเข้าสู่สายใน มุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ของป๋ายลี่หง
ด้วยคำขอของต้วนหลิงเทียน ข้ารับใช้ในคฤหาสน์ก็เร่งไปตระเตรียมที่พักให้เฟิ่งหวู่เต้าและคนอื่นๆทันที…ส่วนต้วนหลิงเทียนนั้นไปพบป๋ายลี่หงก่อนอื่นใด ส่วนที่เหลือก็ให้รอคอยที่ห้องโถงหลัก