เขาไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ว่าหากตี้จิ่วคิดเข่นฆ่า…อาศัยเพียงมันสะบัดมือ เขาและคนที่อยู่ในที่นี้คงไม่มีหนทางรอดชีวิตเป็นแน่!
“ข้าช่วยเจ้ากำจัดปัญหาเรื่องคนที่ไม่ภัคดีเช่นนี้ เจ้าไม่คิดจะขอบคุณข้าหน่อยหรือ?”
ตี้จิ่วมองมาทางต้วนหลิงเทียน กล่าวถามด้วยน้ำเสียงเฉยเมย
แม้น้ำเสียงจะเฉยเมย แต่เจตนาฆ่าฟันที่แฝงเร้นมาก็ชวนให้ขนลุกนัก
“เรื่องเจ้ากล่าวก่อนหน้า เจ้ากล่าวจริงหรือไม่?”
อย่างไรก็ตามต้วนหลิงเทียนไม่คิดกล่าวขอบคุณ แต่เลือกที่จะถามตี้จิ่วกลับไป
“ย่อมเป็นความจริง”
เมื่อตระหนักได้ถึงคำถามของต้วนหลิงเทียน สองตาตี้จิ่วพลันลุกวาวขึ้นมาทันที ก่อนที่จะกล่าวสืบต่อด้วยน้ำเสียงไร้แยแส “พวกมันก็เป็นได้แค่มดในสายตาข้า เช่นนั้นพวกมันจะอยู่หรือตายข้าก็หาได้แยแสอันใดไม่”
“ใครจะไปรู้ หากเจ้ากลับคำขึ้นมาล่ะ?”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวถามออกมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“หากข้าคิดฆ่าพวกมันจริงๆ ข้าคงลงมือไปตั้งแต่พวกมันย้อนกลับมาที่เกาะนี่นานแล้ว”
ตี้จิ่วพลันหัวเราะเยาะออกมา
ที่มันพูดก็เป็นความจริง หากมันคิดฆ่า เค่อเอ๋อกับคนที่นี่คงไม่อาจอยู่รอดมาได้ถึงวันนี้
“เจ้ากล้าพูดหรือไม่ ว่าเจ้าไม่ได้ไว้ชีวิตทั้งหมดเพื่อจุดประสงค์อื่น?”
ต้วนหลิงเทียนไม่คิดเชื่อคำตี้จิ่ว เพียงย้อนถามไปเสียงแข็ง
“แล้วเจ้าต้องการอะไร?”
ตี้จิ่วกล่าวถามด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์