ในฐานะสู่เซียนขั้นยิ่งใหญ่คนหนึ่งที่กระทั่งบรรลุจุดสูงสุดของด่านพลังแล้ว กลับต้องตกตายไปอย่างไม่ยินยอม!
อนิจจาโลกที่ยึดถือพลังเป็นที่สุด ไร้ความเมตตาให้แก่ผู้อ่อนด้อย
เก่งกล้าเพียงใดตายไปก็แค่ซากกระดูกผุๆ
ชนะเป็นจ้าวแพ้เป็นโจร
“ไม่มีอะไรเป็นไปไม่ได้…”
หลังจากฆ่าจ้าวเฟิงแล้วต้วนหลิงเทียนก็ตอบคำมันอย่างสงบ ก่อนที่จะสะบัดมือริบแหวนมิติของจ้าวเฟิงและซัดฝ่ามือพลังไร้สภาพออกไปคราหนึ่ง ป่นร่างจ้าวเฟิงเป็นละอองเลือด
แน่นอนว่าวาจาสุดท้ายที่กล่าวออก จ้าวเฟิงคงไม่มีวันได้ยิน
‘ระฆังศรคลุมกายสมแล้วที่สามารถทัดเทียมวรยุทธ์เซียนสายป้องกันระดับปฐพี…ปราณแท้ข้าที่จ่ายออกไปทั้ง 99 เส้นชีพจร ก่อเกิดเป็นม่านพลังศรในพริบตา ยังสามารถลดพลังโจมตีของจ้าวเฟิงไปได้มากกว่า 8 ส่วน!’
ถึงแม้จะรู้แล้วว่าระฆังศรคลุมกายมีอำนาจป้องกันอันน่ากลัว แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ต้วนหลิงเทียนใช้งานจริง จึงค่อยทราบว่ามันน่ากลัวขนาดไหน!
จ้าวเฟิงเป็นใคร?
มันคือสูงสุดสู่เซียนขั้นยิ่งใหญ่ หากมันปลดปล่อยพลังทั้งหมดใช้ออกด้วยอาคมเซียนจารึกทั้ง 3 อาคม กระทั่งยอดฝีมือครึ่งก้าวเซียนยังไม่กล้าจะรับกระบวนท่าของมันด้วยวรยุทธ์ป้องกันตรงๆ
ทว่าต้วนหลิงเทียนกล้า!
แม้จะไม่อาจป้องกันพลังทำลายได้สมบูรณ์ แต่ก็สลายไปกว่า 8 ส่วน อาศัยความเปลี่ยนแปลงในชั่วพริบตานี้ จึงทำให้จ้าวเฟิงหมดสิทธิ์ป้องกันการลงมือต่อเนื่องของเขาอย่างสิ้นเชิง