“ศิษย์พี่อย่าห่วงไป เรื่องนี้ข้าจะจัดการด้วยตัวเอง”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกเสียงเข้ม ยังเต็มไปด้วยความเย็นเยียบจับใจ แววตาไร้อารมณ์ใดๆแม้แต่น้อย
หลิวฮ่วนนับว่าแตะขีดจำกัดล่างของเขาแล้วจริงๆ
“ข้าเข้าใจ”
เมื่อเห็นใบหน้าเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ของต้วนหลิงเทียน ป๋ายลี่หงก็เข้าใจได้ว่าต้วนหลิงเทียนคิดอะไรอยู่ เมื่อรู้ดีว่าอีกฝ่ายตัดสินใจแล้วมันจึงได้แต่พยักหน้ารับ
“จริงสิ ตอนนี้ฟางฮุ่ยเองก็อยู่ที่ฝ่ายนอก เจ้าต้องการพบหรือไม่?”
ป๋ายลี่หงบอกต้วนหลิงเทียน
“ครูอยู่ที่นี่งั้นเหรอ?”
ลูกตาต้วนหลิงเทียนส่องแสงสว่างวาบ เขาลาป๋ายลี่หงและออกจากฝ่ายในไปฝ่ายนอกเพื่อพบฟางฮุ่ยทันที
เมื่อเห็นฟางฮุ่ย ต้วนหลิงเทียนก็ยังคงเป็นแบบเดิม เรียกหาอีกฝ่ายว่าครูเหมือนกาลก่อน
“ตอนนี้เจ้าเป็นถึงศิษย์น้องของท่านผู้อาวุโสป๋ายลี่แล้ว เจ้ามิอาจเรียกหาข้าว่าครูได้อีกต่อไป…ผู้อื่นจะมองเจ้าไม่ดีหากมาได้ยินเรื่องนี้”
ได้เห็นต้วนหลิงเทียนอีกครั้ง ใบหน้าฟางฮุ่ยก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มทันที
“พวกมันจะมองจะพูดอะไรก็ช่างหัวพวกมันเถอะ ท่านยังคงเป็นครูของข้าและมันจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป”
ต้วนหลิงเทียนกล่าวออกด้วยความจริงจัง
“สองอย่างในชีวิตที่ข้าภาคภูมิใจและรู้สึกเป็นเกียรติสูงสุดนั้นคือได้รับเจ้าและซูฉีเป็นศิษย์!”
ฟางฮุ่ยกล่าวออกด้วยมวลอารมณ์ท่วมท้นใจ
“ซูฉี?”
ต้วนหลิงเทียนขมวดคิ้วด้วยความสงสัย