“ข้าได้จัดการเรื่องลงทะเบียนแข่งขันอันใดให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว…อีก 10 วันหลังจากนี้เจ้าสามารถมุ่งหน้าไปยังสถานที่แข่งขันล่าสัตว์ได้เลย…วันนั้นข้าเองก็จะไปกับเจ้าด้วย”
ป๋ายลี่หงกล่าว
“ศิษย์พี่ป๋าย ท่านจะไปด้วยหรือ?”
ต้วนหลิงเทียนแปลกใจเล็กน้อย
“ใช่ ข้าได้ขอตำแหน่งผู้ตรวจสอบการแข่งขันจากเจ้าสำนักเอาไว้แล้ว เพื่อป้องกันมิให้มีผู้ใดอาศัยเส้นสายและคดโกงอันใดในการแข่งขันล่าสัตว์ครั้งนี้”
ป๋ายลี่หงหัวเราะ
“อ้าว แล้วนี่เจ้าสำนักไม่กลัวว่าท่านลอบช่วยเหลือให้ข้าโกงการแข่งขันหรือไง?”
ต้วนหลิงเทียนก็กล่าวล้อเล่นออกมาพร้อมหัวเราะ
“ด้วยพลังฝึกปรือของศิษย์น้องยังต้องให้ข้าช่วยโกงอันใดอีก…แต่อันที่จริงถึงข้าช่วยเจ้าโกงการแข่งจริง เจ้าสำนักก็ไม่ว่าอะไรข้าหรอก…”
วาจาของป๋ายลี่หงนี้ เผยถึงความมั่นใจในตัวเองไม่น้อย
เรื่องแบบนี้เกรงว่าในบรรดาอาวุโสทั้งหลายของสำนักจันทร์จรัสแสง มีเพียงมันคนเดียวที่กล้าพูด!
ไม่ต้องกล่าวถึงชนชั้นอาวุโสอะไรด้วยซ้ำ ให้เป็นรองเจ้าสำนักยังไม่กล้าพูดออกมาแบบนี้!
เรื่องนี้ต้วนหลิงเทียนก็ไม่ได้แปลกใจอะไร
ศิษย์พี่ของเขาไม่เพียงแต่เป็นอาวุโสฝ่ายในของสำนัก แต่ยังเป็นปรมาจารย์จารึกเซียนระดับ 3 ดาวเพียงหนึ่งเดียวของสำนักจันทร์จรัสแสง ฐานะนับว่าสูงส่งเหนือกว่าชนชั้นรองเจ้าสำนักเสียอีก
กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตเซียนอันเป็นเสาหลักของสำนักยังต้องเกรงใจป๋ายลี่หง