จนกระทั่งวิหกสีม่วงเหินมาเกาะไหล่ และปล่อยดอกศรที่มีป้ายหยกผูกติดไว้ ร้องเรียกนาง นางจึงค่อยหลุดออกจากภวังค์ครุ่นคิด
โยนดอกศรทิ้งออกไป เพียงหยิบป้ายหยกขึ้นมาถือเอาไว้ สตรีงามนางนั้นเริ่มแผ่พลังวิญญาณลงไปในป้ายหยก
ครู่ต่อมาข้อมูลมากมายในป้ายหยกก็เริ่มปรากฏภายในใจ
“สำนักจันทร์จรัสแสง ต้วนหลิงเทียน สู่เซียนขั้นต้น..ทว่าไม่กี่เดือนที่แล้วยังพึ่งอยู่ในขอบเขตหลุดพ้นมนุษย์ขั้นสมบูรณ์แบบ? แปลกนักสถานที่ล้าหลังกระทั่งวิหกยังไม่อยากผ่านมาขับถ่ายเช่นนี้ ยังมีอัจฉริยะเช่นนี้อยู่ด้วยหรือ?”
สตรีนางนั้นแปลกใจไม่น้อย
“เป็นเป้าหมายสังหารคนต่อไปของข้างั้นเหรอ…แล้วพวกนักฆ่า 3 ดารามันเป็นสัดใส่ข้าวที่ใช้การมิได้หรือไร?”
อย่างไรก็ตามไม่นาน คิ้วคู่งามก็ขมวดเล็กน้อย
ยิ่งรับทราบข้อมูลที่บันทึกไว้เท่าไหร่ คิ้วนางก็ยิ่งขมวดยู่ย่นมากขึ้นเรื่อยๆ “เห ชือหมิงนั่นก็ล้มเหลวงั้นเหรอ? น่าสนใจดีนี่…สื่อเอ๋อ ดูเหมือนว่าพวกเราจะได้ออกไปเดินเล่นกันอีกแล้ว”
วาจาท้ายประโยคนั้น เห็นชัดว่านางกล่าวกับวิหกสีม่วง
“ฮิๆ…ในที่สุดก็มีภารกิจมาถึงมือพี่หญิงสักที ครั้งนี้ให้ข้าจัดการนะพี่หญิง ข้าอยากเล่นบ้าง”
วิหกสีม่วงที่อยู่บนไหล่สตรีงามหมดจด เริ่มมาเหินบินตีปีกอย่างสนุกสนาน
“ไปดูก่อนแล้วกัน”