ตงฟางเฉียนและอาวุโสฝ่ายนอกไม่กี่คนที่รู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้น เร่งรีบพุ่งไปซัดกระบวนท่าใส่เยี่ยหมานด้วยความเร็วสูงสุด!
อนิจจาแม้จะเป็นตงฟางที่ลงมือฉับไวที่สุดแต่มันก็ยังช้าไปก้าวหนึ่ง ฝ่ามือที่มันตบฟาดไม่อาจแตะต้องถูกตัวเยี่ยหมาน เพราะคนทั้งคนกลับหายไปเหลือแต่หมอกโลหิต!
เยี่ยหมาน คนตัวเป็นๆกลับสลายหายไปต่อหน้าต่อตา!
“ลี้โลหิต! เป็นลี้โลหิต!!”
(ลี้ ในที่นี้ไม่ใช่ระยะ แต่แปลว่า หลบหนี,หลีกหนี )
อาวุโสฝ่ายนอกทั้งหลายปั้นหน้าเครียด “บัดซบ เยี่ยหมานเป็นผู้ฝึกมารที่บรรลุขอบเขตสู่เซียนแล้ว!”
ลี้โลหิตนั้น เป็นวิชาหลบหนีที่ผู้ฝึกมารขอบเขตสู่เซียนขึ้นไปถึงจะใช้ออกได้
เมื่อผู้ฝึกมารใช้ลี้โลหิต พวกมันจะบรรลุความเร็วที่อยู่สูงกว่าพลังฝึกปรืออย่างมหาศาล และพุ่งร่างหลบหนีไปทันที นับเป็นวิชาหลบหนีช่วยชีวิตของเหล่าผู้ฝึกมาร
แน่นอนว่าวิชาลี้โลหิตนั้น มาพร้อมกับผลกระทบอันใหญ่หลวง
นอกจากชั่วชีวิตจะสามารถใช้ได้แค่ 3 ครั้งเท่านั้น การที่มันต้องผลาญพลังชีวิตเพื่อเพิ่มพูนความเร็วในการหลบหนีนั้น นอกจากส่งผลกระทบต่อพลังฝึกปรือในอนาคต ยังทำให้ร่างกายอ่อนแอสิ้นสูญพลังไปชั่วระยะเวลาหนึ่งหลังจากใช้งาน
หากไม่ใช่อยู่ในสถานการณ์เป็นตายจริงๆ คงยากที่ผู้ฝึกมารจะใช้ลี้โลหิต
“ผู้ฝึกมารขอบเขตสู่เซียนเช่นมันอาศัยอยู่ในฝ่ายนอกทั้งคน! แต่พวกเจ้ากลับมิมีผู้ใดล่วงรู้เลยงั้นเหรอ!?”