ทว่าฉากเรื่องราวต่อมากลับทำให้แววตาทั้งหลายเผยความประหลาดใจกันถ้วนหน้า
“เจ้าเร็วได้แค่นี้หรือ?”
เสียงต้วนหลิงเทียนเอ่ยออกเบาๆ
ขณะเดียวกันเพียงสืบเท้าออกไปก้าวหนึ่งด้วยอริยาบทผ่อนคลาย ทว่าหนึ่งย่ำก้าวนี้…กลับทำให้ร่างวูบไปบรรลุถึงเบื้องหน้าชายวัยกลางคนที่พุ่งมาปานภูตผี!
ฟังจากท่าทางทั้งวาจา บอกให้ทั้งหมดตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่ความเร็วที่แท้ของต้วนหลิงเทียนเป็นแน่
เพราะสุดท้ายแล้วหากคนเราคิดใช้ความเร็วสูงสุด อย่างไรก็ไม่มีทางกล่าววาจาทั้งท่าทางผ่อนคลายเช่นนี้ออกมาได้เลย!
ต่งฮุยที่เดินมาส่งต้วนหลิงเทียน ที่ตอนนี้ยืนชมดูเรื่องราวอยู่ข้างๆ ก็เบิกตากว้างขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นความเร็วที่ต้วนหลิงเทียนใช้ออก
“ความเร็วนี่…น่ากลัวว่าจะมิได้ต่ำไปกว่าสู่เซียนขั้นกลาง?”
ต่งฮุยลอบสูดลมหายใจเข้าอย่างสะท้าน ‘ความเร็วศิษย์น้องต้วนไม่ใช่ของหลุดพ้นมนุษย์แล้ว…หรือศิษย์น้องต้วนทะลวงไปยังขอบเขตสู่เซียน! มิน่าแปลกใจเลยว่าไฉนศิษย์พี่ป๋ายถึงยอมรับเขาเป็นศิษย์น้อง!!’
ตอนนี้ต่งฮุยคิดว่าเพราะต้วนหลิงเทียนเป็นอัจฉริยะในเชิงยุทธ์อันยากพบพาน ป๋ายลี่หงจึงรับอีกฝ่ายเป็นศิษย์น้อง
ทว่ามันไม่เคยคิดเคยฝันเลย ว่าที่ป๋ายลี่หงยอมรับต้วนหลิงเทียนนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับพลังฝีมือแม้แต่น้อย แต่เป็นเพราะต้วนหลิงเทียนสามารถสำเร็จ ‘เคล็ดจารึกพิสดาร’ ของอาจารย์ที่มันไม่เคยพบหน้ามาก่อนต่างหาก!